• This is slide 1 description. Go to Edit HTML of your blogger blog. Find these sentences. You can replace these sentences with your own words.
  • This is slide 2 description. Go to Edit HTML of your blogger blog. Find these sentences. You can replace these sentences with your own words.
  • This is slide 3 description. Go to Edit HTML of your blogger blog. Find these sentences. You can replace these sentences with your own words.
  • This is slide 4 description. Go to Edit HTML of your blogger blog. Find these sentences. You can replace these sentences with your own words.
  • This is slide 5 description. Go to Edit HTML of your blogger blog. Find these sentences. You can replace these sentences with your own words.
Showing posts with label kkenglish. Show all posts
Showing posts with label kkenglish. Show all posts

Friday, June 26, 2026

ลูกเรียน EP ต้องสอบ Cambridge KET (A2) ตอนไหน? สรุปไทม์ไลน์และวิธีเตรียมตัวฉบับผู้ปกครองไม่ต้องติวเอง

นี่คือบทความฉบับเต็มภาษาไทยที่เขียนขึ้นมาตามโครงสร้างที่แนะนำครับ บทความนี้ถูกออกแบบมาให้กระชับ อ่านง่ายบนมือถือ และใช้ภาษาที่เป็นกันเองแต่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อเข้าถึงความกังวลและเปลี่ยนใจผู้ปกครองให้ทัก LINE Official Account ของคุณครับ

คุณสามารถก๊อปปี้ข้อความด้านล่างนี้ไปลงในหน้าบล็อก KK English ได้ทันทีครับ


ลูกเรียน EP ต้องสอบ Cambridge KET (A2) ตอนไหน? สรุปไทม์ไลน์และวิธีเตรียมตัวฉบับผู้ปกครองไม่ต้องติวเอง

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเรียนหลักสูตร English Program (EP) หรือโรงเรียนสองภาษาหลายๆ ท่าน น่าจะเคยได้ยินชื่อการสอบ Cambridge English กันมาบ้างใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะระดับ KET (A2 Key) ที่จู่ๆ ทางโรงเรียนก็อาจจะประกาศให้ลงทะเบียนสอบ หรือบางคนก็บอกว่าต้องมีใบนี้ไว้ประดับพอร์ต!

พอเห็นค่าสมัครสอบบวกกับความยากของข้อสอบมาตรฐานระดับโลกแล้ว หลายบ้านถึงกับกุมขับ: “ข้อสอบยากไหม?” “ลูกเราพร้อมหรือยัง?” และที่สำคัญที่สุดคือ “แล้วเราจะติวให้ลูกยังไง ในเมื่อเราก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษขนาดนั้น?”

วันนี้ KK English จะมาสรุปไทม์ไลน์ที่ถูกต้อง และวิธีเตรียมตัวฉบับเข้าใจง่ายที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเหนื่อยติวเองมาฝากครับ!


🔍 Cambridge KET คืออะไร? ทำไมโรงเรียน EP ยุคนี้ถึงฮิตให้เด็กสอบ

Cambridge English: KET (A2 Key) คือการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษมาตรฐานสากลจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งวัดผลตามกรอบมาตรฐานยุโรป (CEFR) ที่ระดับ A2

พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นข้อสอบที่พิสูจน์ว่า “น้องสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน ได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่วในระดับพื้นฐานที่มั่นคง”

ทำไมต้องสอบ?

  1. เป็นเกณฑ์วัดผลของโรงเรียน EP: โรงเรียนชั้นนำหลายแห่งใช้ข้อสอบนี้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของหลักสูตร ว่าเด็กที่เรียน EP มีทักษะถึงเกณฑ์สากลจริงไหม
  2. อาวุธลับในการยื่นพอร์ต (Portfolio) เข้า ม.1: สำหรับบ้านไหนที่วางแผนจะให้ลูกสอบเข้า ม.1 ห้องกิฟต์ (Gifted), ห้อง EP หรือโรงเรียนสาธิตชื่อดัง ใบเซอร์ของ Cambridge มีความน่าเชื่อถือสูงมาก กรรมการเห็นแล้วรู้ทันทีว่าทักษะภาษาอังกฤษของน้องอยู่ระดับไหน โดยไม่ต้องเดา

📅 เริ่มเตรียมตัวตอน ป.ไหนดีที่สุด? สรุปไทม์ไลน์ที่ยั่งยืน

การปล่อยให้ลูกไปสอบโดยไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า อาจทำให้น้องเสียความมั่นใจได้ครับ เพราะข้อสอบ Cambridge ไม่ใช่แค่การท่องจำแกรมม่า แต่เน้นการใช้งานจริง นี่คือไทม์ไลน์ที่แนะนำสำหรับเด็กๆ ครับ:

🔹 ช่วง ป.4 - ป.5 : ช่วงปูพื้นฐานและสร้างความคุ้นเคย (Early Prep)

  • เป้าหมาย: สะสมคลังคำศัพท์ (Vocabulary) และฝึกฟังสำเนียงเจ้าของภาษาที่หลากหลาย
  • สิ่งที่คุณแม่ทำได้: ชวนน้องดูการ์ตูน ฟังเพลง หรืออ่านนิทานภาษาอังกฤษสั้นๆ เพื่อให้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่เรื่องในห้องเรียน

🔹 ช่วง ป.6 (เทอม 1) : ช่วงตะลุยโจทย์และสอบจำลอง (Exam Phase)

  • เป้าหมาย: ทำความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ คุมเวลา และอุดรอยรั่ว
  • ทำไมต้องช่วงนี้? เพราะหากน้องสอบผ่านในช่วง ป.6 เทอม 1 คุณพ่อคุณแม่จะได้ใบเซอร์ทันเวลานำไปยื่นพอร์ตสมัครเข้า ม.1 ในช่วงต้นปีถัดไปพอดีครับ

❌ 2 พาร์ทมหาโหดที่เด็กไทยมักตกม้าตาย (Listening & Speaking)

จากประสบการณ์การดูแลนักเรียนมา หลายคนเรียนในห้อง EP ทำคะแนน Grammar ได้ดีมาก แต่พอเจอข้อสอบ Cambridge KET กลับทำคะแนนได้ไม่ดีอย่างที่คิด เพราะมักจะติดปัญหาใน 2 พาร์ทนี้ครับ:

  1. พาร์ท Listening (การฟัง): ข้อสอบชอบมี "ตัวลวง" เยอะมาก เจ้าของภาษาจะพูดจาเป็นธรรมชาติ มีการหักมุมในประโยค ถ้าเด็กๆ ฟังแค่คำสำคัญ (Keywords) โดยไม่เข้าใจบริบทภาพรวม ก็จะเลือกคำตอบที่ผิดทันที
  2. พาร์ท Speaking (การพูด): พาร์ทนี้เด็กๆ ต้องเข้าสอบกับเพื่อนอีกคนและกรรมการที่เป็นชาวต่างชาติจริงจัง เด็กไทยหลายคนพอเจอสถานการณ์ตื่นเต้นบวกกับความกดดัน มักจะนึกคำศัพท์ไม่ออก ขาดความมั่นใจ หรือตอบสั้นเกินไปจนโดนหักคะแนน

🛠️ สบายใจทั้งบ้าน... เตรียมตัวอย่างไรให้ผู้ปกครองไม่ต้องเหนื่อยติวเอง?

เรารู้ดีครับว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้เวลาน้อย และการต้องมานั่งศึกษาแนวข้อสอบภาษาอังกฤษอังกฤษระดับโลกเพื่อติวให้ลูกเอง บางครั้งก็นำมาซึ่งความเครียดและความไม่เข้าใจกันในครอบครัว

ให้ KK English ช่วยดูแลดีกว่าครับ! เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการติวสอบ Cambridge English สำหรับเด็กโดยเฉพาะ

  • เราเน้นสอนเทคนิคการทำข้อสอบแบบเข้าใจง่าย ไม่ใช่แค่ท่องจำ
  • มีแบบฝึกหัดชำแหละพาร์ท Listening และจำลองห้องสอบ Speaking เพื่อสร้างความมั่นใจให้น้องลดความตื่นสนาม

🎁 พิเศษสำหรับผู้ปกครองที่อ่านบทความนี้!

อยากรู้ไหมครับว่า... ตอนนี้ระดับภาษาอังกฤษของลูกคุณแกว่งอยู่ในระดับไหน? พร้อมสำหรับการสอบ KET แล้วหรือยัง?

แจกฟรี! สิทธิ์ประเมินระดับภาษาอังกฤษและรับแนวข้อสอบจำลอง (Mock Test) มูลค่า 500 บาท ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ง่ายๆ เพียงแค่เพิ่มเพื่อนกับเราทาง LINE คลิกปุ่มด้านล่าง หรือแอดไอดีด้านล่างนี้ได้เลยครับ!

👇👇👇

  • LINE ID: @288hgoub (คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อนและพิมพ์คำว่า "ขอแนวข้อสอบ")
  • KK English - เพื่อนคู่คิดเพื่อความสำเร็จในหลักสูตรอินเตอร์และสองภาษาของลูกคุณ

💡 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคุณ:

  • เมื่อนำข้อความนี้ไปลงใน Blogger แนะนำให้ทำปุ่ม LINE เป็นสีเขียวเด่นๆ หรือใส่ QR Code ของไลน์คุณไว้ท้ายบทความ เพื่อให้ผู้ปกครองสแกนได้ง่ายที่สุดครับ
  • คำโปรยตรงพาดหัว ให้เลือกขนาดข้อความแบบ Heading (ส่วนหัว) เพื่อส่งผลดีต่อคะแนน SEO บน Google ครับ

Friday, May 30, 2025

cambridge english test ค่าสอบ

 รายละเอียดเพิ่มเติม:

  • Young Learners English (YLE):

    • Pre A1 Starters: 2,200 บาท 
    • A1 Movers: 2,400 บาท 
    • A2 Flyers: 2,600 บาท 
  • Main Suite:
    • A2 KET (Key): 2,950-4,900 บาท 
    • B1 PET (Preliminary): ประมาณ 3,000-5,000 บาท (ข้อมูลจากหลายแหล่งอาจแตกต่างกันเล็กน้อย)
    • B2 FCE (First): ประมาณ 4,500-7,000 บาท (ข้อมูลจากหลายแหล่งอาจแตกต่างกันเล็กน้อย)
    • C1 Advanced (CAE): ประมาณ 7,000-8,000 บาท 
    • C2 Proficiency (CPE): ประมาณ 7,500-9,000 บาท (ข้อมูลจากหลายแหล่งอาจแตกต่างกันเล็กน้อย)
  • หมายเหตุ:
    • ค่าสอบอาจแตกต่างกันไปตามศูนย์สอบที่แตกต่างกัน 
    • ราคาที่ระบุเป็นประมาณการเท่านั้น และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากศูนย์สอบที่สนใจ 
    • นอกจากค่าสอบแล้ว อาจมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าสมัครสอบ หรือค่าธรรมเนียมการโอนเงิน (หากมี) 

    Wednesday, May 28, 2025

    A1 Movers ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Movers (YLE Movers)

    Pre A1 Starters ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Starters (YLE Starters)
    A1 Movers ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Movers (YLE Movers)
    A2 Flyers เดิมเรียกว่า Cambridge English: Flyers (YLE Flyers)
    Cambridge English: Young Learners (YLE) qualifications คุณสมบัติ Cambridge English: Young Learners (YLE)

     


    A1 Movers ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Movers (YLE Movers) เป็นหนึ่งในวุฒิบัตรภาษาอังกฤษของเคมบริดจ์ เป็นขั้นตอนถัดไปในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของเด็ก ๆ



    A1 Movers เป็นวุฒิบัตรภาษาอังกฤษของเคมบริดจ์ขั้นที่สอง จากทั้งหมดสามขั้นที่ออกแบบมาเพื่อผู้เรียนเยาวชน ข้อสอบเหล่านี้ช่วยให้เด็กๆ ได้รู้จักกับภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันทั้งแบบเขียนและพูด และเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมที่ช่วยให้เด็กมีความมั่นใจและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเอง

    ข้อสอบถูกออกแบบโดยใช้หัวข้อที่คุ้นเคย และเน้นทักษะที่จำเป็นสำหรับการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการฟัง พูด อ่าน และเขียน


    A1 Movers จะช่วยให้ลูกของคุณสามารถ:

    • เข้าใจคำสั่งพื้นฐาน หรือมีส่วนร่วมในการสนทนาง่าย ๆ
    • เข้าใจประกาศ คำแนะนำ หรือข้อมูลพื้นฐาน
    • กรอกแบบฟอร์มง่าย ๆ และเขียนบันทึก เช่น เวลา วันที่ และสถานที่

    เหตุผลที่ควรเลือก A1 Movers:

    • ไม่มีการผ่านหรือไม่ผ่าน — เด็กทุกคนจะได้รับใบประกาศนียบัตร Cambridge English เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของตนเอง
    • ข้อสอบใช้สถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่สมจริง ทำให้การเรียนรู้มีชีวิตชีวา
    • ข้อสอบครอบคลุมทุกสำเนียงหลักของภาษาอังกฤษ (เช่น ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน)
    • เรามีแหล่งช่วยเหลือมากมายทั้งแบบฟรีและแบบมีค่าใช้จ่าย

    รูปแบบข้อสอบ

    A1 Movers ประกอบด้วยข้อสอบ 3 ส่วน ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียนเยาวชน คุณสามารถดูรายละเอียดของแต่ละส่วนได้ดังนี้

    ข้อสอบ เนื้อหา คะแนน
    ฟัง (ประมาณ 25 นาที) 5 ส่วน / 25 ข้อถาม สูงสุด 5 โล่ห์
    อ่านและเขียน (30 นาที) 6 ส่วน / 35 ข้อถาม สูงสุด 5 โล่ห์
    พูด (5–7 นาที) 4 ส่วน สูงสุด 5 โล่ห์

    ข้อสอบฟังมีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบฟัง A1 Movers มี 5 ส่วน แต่ละส่วนจะเริ่มด้วยตัวอย่างหนึ่งหรือสองข้อ เด็กจะได้ฟังแต่ละบันทึกเสียง 2 รอบ

    สรุป

    • เวลาที่ใช้: ประมาณ 25 นาที
    • จำนวนส่วน: 5
    • จำนวนคำถาม: 25 ข้อ
    • คะแนน: สูงสุด 5 โล่ห์

    ส่วนที่ 1

    • มีอะไรในส่วนที่ 1? รูปภาพใหญ่ที่แสดงคนทำกิจกรรมต่าง ๆ ใต้และบนภาพจะมีชื่ออยู่ เด็กต้องฟังบทสนทนาระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กอย่างตั้งใจ และลากเส้นเชื่อมชื่อแต่ละชื่อกับบุคคลที่ถูกต้องบนภาพใหญ่
    • เด็กควรฝึกอะไร? การฟังเพื่อจับชื่อและคำอธิบาย
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 2

    • มีอะไรในส่วนที่ 2? บทสนทนาสั้น ๆ ระหว่างคนสองคน มีแบบฟอร์มหรือหน้ากระดาษโน้ตที่มีช่องว่างสำหรับคำหายไป เด็กต้องฟังบันทึกเสียงและเขียนคำหรือเลขที่ขาดในช่องว่างแต่ละช่อง
    • เด็กควรฝึกอะไร? การฟังเพื่อจับชื่อ การสะกดคำ และข้อมูลอื่น ๆ
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 3

    • มีอะไรในส่วนที่ 3? ชุดรูปภาพสองชุด ด้านซ้ายมีรูปคนและชื่อ หรือสถานที่และวัตถุที่มีชื่อ ด้านขวาเป็นชุดรูปภาพพร้อมตัวอักษรแต่ไม่มีคำ เด็กต้องฟังบทสนทนาระหว่างคนสองคนและจับคู่รูปภาพทางขวากับรูปภาพที่มีชื่อทางซ้าย
    • เด็กควรฝึกอะไร? การฟังเพื่อจับคำ ชื่อ และข้อมูลรายละเอียด
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 4

    • มีอะไรในส่วนที่ 4? บทสนทนาสั้น 5 บท มีคำถามและรูปภาพ 3 รูปสำหรับแต่ละบทสนทนา เด็กต้องเลือกภาพที่แสดงคำตอบถูกต้องและทำเครื่องหมายถูกในช่องใต้ภาพนั้น
    • เด็กควรฝึกอะไร? การฟังเพื่อจับข้อมูลเฉพาะ
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 5

    • มีอะไรในส่วนที่ 5? รูปภาพใหญ่ เด็กต้องฟังบทสนทนาระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กอย่างตั้งใจ ผู้ใหญ่จะให้เด็กระบายสีวัตถุต่าง ๆ ในภาพและเขียนคำง่าย ๆ เด็กต้องทำตามคำสั่ง
    • เด็กควรฝึกอะไร? การฟังเพื่อจับคำศัพท์ สี และข้อมูลเฉพาะ
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ข้อสอบอ่านและเขียนมีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบอ่านและเขียน A1 Movers มี 6 ส่วน แต่ละส่วนจะเริ่มด้วยตัวอย่างหนึ่งหรือสองข้อ ในทุกส่วนของข้อสอบอ่านและเขียน เด็กต้องสะกดคำตอบให้ถูกต้อง

    สรุป

    • เวลาที่ใช้: 30 นาที
    • จำนวนส่วน: 6
    • จำนวนคำถาม: 35 ข้อ
    • คะแนน: สูงสุด 5 โล่ห์

    ส่วนที่ 1

    • มีอะไรในส่วนที่ 1? ทางซ้ายมีรูปภาพ 8 รูปพร้อมคำศัพท์ภาษาอังกฤษใต้ภาพ ทางขวามีคำอธิบายสั้น ๆ (ประโยคที่บรรยายหรืออธิบาย 5 จาก 8 สิ่งในภาพซ้าย) เด็กต้องเลือกภาพที่ตรงกับคำอธิบายแต่ละข้อและคัดลอกคำศัพท์ที่ถูกต้องลงใต้คำอธิบายนั้น
    • เด็กควรฝึกอะไร? การอ่านคำอธิบายสั้น ๆ และจับคู่กับคำศัพท์ การเขียนคำศัพท์
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 2

    • มีอะไรในส่วนที่ 2? บทสนทนาสั้น ๆ ระหว่างคนสองคน เด็กต้องเลือกว่าผู้พูดคนที่สองพูดคำตอบใด (A, B หรือ C) ในแต่ละครั้ง
    • เด็กควรฝึกอะไร? การอ่านบทสนทนาและเลือกคำตอบที่ถูกต้อง
    • มีคำถามกี่ข้อ? 6 ข้อ

    ส่วนที่ 3

    • มีอะไรในส่วนที่ 3? ข้อความที่มีคำบางคำขาดหายไป (ช่องว่าง) ข้างข้อความมีรูปเล็ก ๆ และคำศัพท์ เด็กต้องเลือกคำที่เหมาะสมใส่ในช่องว่างและคัดลอกคำลงไป สำหรับคำถามสุดท้าย เด็กต้องเลือกหัวข้อที่ดีที่สุดสำหรับข้อความจากตัวเลือก 3 หัวข้อ
    • เด็กควรฝึกอะไร? การอ่านจับใจความสำคัญและข้อมูลเฉพาะ การคัดลอกคำศัพท์
    • มีคำถามกี่ข้อ? 6 ข้อ

    ส่วนที่ 4

    • มีอะไรในส่วนที่ 4? ข้อความที่มีคำขาดหายไป (ช่องว่าง) ข้างแต่ละช่องว่างมีคำตอบให้เลือก 3 คำ เด็กต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องและคัดลอกคำลงในช่องว่าง
    • เด็กควรฝึกอะไร? การอ่านและเข้าใจข้อความข้อเท็จจริง ไวยากรณ์ง่าย ๆ การคัดลอกคำ
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 5

    • มีอะไรในส่วนที่ 5? เรื่องเล่า 3 ตอน แต่ละตอนมีภาพประกอบ หลังแต่ละตอน เด็กต้องเติมประโยคเกี่ยวกับเรื่องเล่าโดยใช้คำ 1, 2 หรือ 3 คำ
    • เด็กควรฝึกอะไร? การอ่านเรื่องเล่าและเติมประโยคให้สมบูรณ์
    • มีคำถามกี่ข้อ? 7 ข้อ

    ส่วนที่ 6

    • มีอะไรในส่วนที่ 6? รูปภาพพร้อมประโยคแนะนำ เด็กต้องเติมประโยค ตอบคำถาม และเขียนประโยคเต็มเกี่ยวกับรูปภาพ
    • เด็กควรฝึกอะไร? การเติมประโยค ตอบคำถาม และเขียนประโยคเกี่ยวกับภาพ
    • มีคำถามกี่ข้อ? 6 ข้อ

    ข้อสอบพูดมีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบพูด A1 Movers มี 4 ส่วน เด็กจะสอบคนเดียวกับผู้ทดสอบ แต่จะมีคนที่รู้จักและพูดภาษาของเด็ก (เช่น ครูของเด็ก) แนะนำเด็กให้รู้จักกับผู้ทดสอบ และอธิบายวิธีการสอบเป็นภาษาของเด็ก

    สรุป

    • เวลาที่ใช้: 5–7 นาที
    • จำนวนส่วน: 4
    • คะแนน: สูงสุด 5 โล่ห์

    ส่วนที่ 1

    • มีอะไรในส่วนที่ 1? ผู้ทดสอบจะทักทายเด็กและถามชื่อกับอายุ จากนั้นจะดูรูปภาพ 2 รูป รูปภาพคล้ายกันแต่มีความแตกต่างกัน ผู้ทดสอบจะให้เด็กบรรยายความแตกต่าง 4 อย่างในรูปภาพนั้น
    • เด็กควรฝึกอะไร? บรรยายความแตกต่างระหว่างภาพ เช่น สี ขนาด จำนวน ตำแหน่ง รูปลักษณ์ของคน/สิ่งของ และสิ่งที่คนกำลังทำ เป็นต้น

    ส่วนที่ 2

    • มีอะไรในส่วนที่ 2? ผู้ทดสอบจะแสดงรูปภาพ 4 รูปที่เล่าเรื่อง และบอกเล่าเรื่องราวของรูปแรก เด็กต้องเล่าเรื่องต่อและบรรยายรูปภาพอีก 3 รูป หัวข้อเรื่องและชื่อตัวละครหลักจะมีให้
    • เด็กควรฝึกอะไร? เข้าใจจุดเริ่มต้นของเรื่องแล้วเล่าเรื่องต่อ บรรยายรูปภาพ

    ส่วนที่ 3

    • มีอะไรในส่วนที่ 3? ผู้ทดสอบจะแสดงรูปภาพ 4 ชุด ชุดละ 4 รูป ในแต่ละชุดมีรูปหนึ่งที่แตกต่างจากรูปอื่น เด็กต้องบอกว่ารูปไหนต่างและอธิบายเหตุผล
    • เด็กควรฝึกอะไร? ชี้รูปที่แตกต่างและอธิบายเหตุผล

    ส่วนที่ 4

    • มีอะไรในส่วนที่ 4? ผู้ทดสอบจะถามเด็กเกี่ยวกับตัวเอง เช่น โรงเรียน วันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อน และงานอดิเรก
    • เด็กควรฝึกอะไร? เข้าใจและตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเอง

    Pre A1 Starters ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Starters (YLE Starters)
    A1 Movers ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Movers (YLE Movers)
    A2 Flyers เดิมเรียกว่า Cambridge English: Flyers (YLE Flyers)
    Cambridge English: Young Learners (YLE) qualifications คุณสมบัติ Cambridge English: Young Learners (YLE)


    10 คำถามยอดฮิตที่ผู้ปกครองมักถามเกี่ยวกับการสอบ Cambridge English

     

    10 คำถามยอดฮิตที่ผู้ปกครองมักถามเกี่ยวกับการสอบ Cambridge English

    การสอบ Cambridge YLE (Cambridge English: Young Learners) เป็นการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษสำหรับเด็กที่ผู้ปกครองให้ความสนใจอย่างมาก เพราะสามารถช่วยวางรากฐานการเรียนภาษาอังกฤษให้ลูกได้อย่างมั่นคง พร้อมประเมินผลการเรียนรู้ผ่านการสอบ แต่ก็มีคำถามมากมายที่ผู้ปกครองมักสงสัยเมื่อต้องการสมัครสอบหรือเตรียมลูกให้พร้อมสอบ

    ต่อไปนี้คือ 10 คำถามยอดฮิต พร้อมคำตอบแบบละเอียดเพื่อให้คุณเข้าใจการสอบนี้มากยิ่งขึ้น:


    1. ควรเริ่มสอบ Starters / Movers / Flyers ตอนอายุเท่าไรถึงจะเหมาะ?

    Cambridge YLE แบ่งออกเป็น 3 ระดับ เหมาะกับช่วงอายุและระดับภาษาอังกฤษของเด็กต่างกัน:

    • Starters (ระดับเริ่มต้น): สำหรับเด็กอายุ 6-8 ปี ที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ
    • Movers (ระดับพื้นฐาน): สำหรับเด็กอายุ 8-10 ปี ที่มีทักษะพื้นฐานภาษาอังกฤษ
    • Flyers (ระดับสูงสุดของ YLE): สำหรับเด็กอายุ 9-12 ปี ที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ซับซ้อนขึ้น

    แม้ว่าจะมีการแนะนำช่วงอายุ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของเด็ก หากเด็กเก่งกว่าระดับทั่วไป ก็สามารถสอบระดับที่สูงขึ้นได้ก่อนเวลา


    2. ค่าสอบเท่าไร? จัดสอบบ่อยแค่ไหน?

    • ค่าสอบแต่ละระดับอยู่ที่ประมาณ THB\$1,800 - 2,500 (ขึ้นอยู่กับศูนย์สอบ)
    • จัดสอบประมาณ 14 ครั้งต่อปี
    • การสมัครสอบมักเต็มเร็วมาก ผู้ปกครองควรติดตามวันเปิดรับสมัครล่วงหน้าและเตรียมตัวให้พร้อม

    3. ถ้าไม่ได้เรียนพิเศษ จะเตรียมสอบอย่างไร? ต้องใช้เวลานานไหม?

    ตอบได้เลยว่า สามารถเตรียมสอบได้แม้ไม่ได้เรียนพิเศษ! แนะนำให้ฝึกวันละอย่างน้อย 30 นาที ด้วยวิธีดังนี้:

    • ใช้ข้อสอบตัวอย่างของ Cambridge ฝึกทำเพื่อคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ
    • ฝึกพูดโดยการอัดเสียง ให้เด็กชินกับการพูดภาษาอังกฤษ
    • ฝึกฟังทุกวัน เช่น ฟังเพลงหรือฟังนิทานภาษาอังกฤษ เพื่อเสริมทักษะการฟัง

    4. จะพัฒนาทักษะฟังและพูดอย่างไรให้ดีขึ้น?

    ใช้แหล่งเรียนรู้ฟรี เช่น:

    • BBC Learning English Kids: มีกิจกรรมภาษาอังกฤษเชิงโต้ตอบ
    • ช่อง YouTube: English Singsing: ใช้การ์ตูนนำเสนอภาษาอังกฤษ สนุกและเข้าใจง่าย
    • ฝึกสนทนากับผู้ปกครอง: ใช้บทสนทนาง่าย ๆ ฝึกพูดทุกวัน

    5. ต้องเตรียมตัวอย่างไรในวันสอบ?

    • เตรียม ดินสอสี (บางส่วนของข้อสอบให้วาดรูป)
    • ไปถึงศูนย์สอบตรงเวลา (หากมาสายจะไม่ได้เข้าสอบ)
    • สวมใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ
    • ซ้อมสอบล่วงหน้ากับลูก เพื่อให้เด็กไม่ตื่นเต้น

    6. จำนวนโล่ (shield) ส่งผลต่อการเรียนต่อไหม? โรงเรียนให้ความสำคัญส่วนไหน?

    • คะแนนจะแสดงเป็น โล่ แยกตามทักษะ (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
    • โรงเรียนทั่วไปมักดู โล่รวมทั้งหมด
    • โรงเรียนชั้นนำอาจพิจารณาเฉพาะ ทักษะพูดหรือเขียน ที่ต้องได้โล่เต็ม

    แม้ไม่ใช่ข้อสอบบังคับ แต่ถือเป็นใบรับรองทักษะที่มีประโยชน์ต่อการเรียนในอนาคต


    7. หลังสอบ Flyers แล้ว ควรเรียนอะไรต่อ?

    Flyers คือระดับสูงสุดของ YLE เด็กสามารถต่อยอดได้ดังนี้:

    • ไปสอบ KET (A2) หรือ PET (B1)
    • หรือเปลี่ยนไปสอบ TOEFL Primary / TOEFL Junior เพื่อเตรียมตัวสอบ TOEFL ในอนาคต

    เลือกข้อสอบที่เหมาะสมกับลูก เพื่อให้การเรียนภาษาอังกฤษต่อเนื่อง


    8. ผู้สอบสัมภาษณ์เป็นชาวต่างชาติไหม?

    • ผู้สอบสัมภาษณ์ในพาร์ทการพูดส่วนใหญ่เป็น ครูต่างชาติ
    • แต่ การให้คะแนนเน้นที่การสื่อสารได้ ไม่ใช่สำเนียง
    • เด็กที่พูดชัดเจนแม้มีสำเนียงไต้หวัน ก็ยังได้คะแนนดี

    9. ข้อสอบจำลองกับข้อสอบจริงต่างกันมากไหม?

    • ข้อสอบจำลองมัก ง่ายกว่า ของจริง
    • ข้อสอบจริงมี ความเร็วในการฟังมากขึ้น และ ภาพหรือคำถามซับซ้อนกว่าเล็กน้อย

    แนะนำให้ฝึกข้อสอบหลากหลายเวอร์ชัน เพื่อให้ลูกมีความพร้อมสูงสุด


    10. ถ้าสอบไม่ผ่าน ทำอย่างไร? สอบใหม่ได้ไหม?

    • ทุกคนจะได้รับใบรายงานผล ไม่แบ่ง "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" แบบตายตัว
    • หากได้โล่รวมไม่ถึง 10 ถือว่ายังไม่สมบูรณ์ แต่ สามารถสอบใหม่ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
    • วิเคราะห์จากใบรายงานผลว่า จุดอ่อนคืออะไร
    • ปรับวิธีเรียนรู้ แล้วลองสอบใหม่ให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป

    ลูกของคุณพร้อมแล้วหรือยัง?

    การสอบ Cambridge English ไม่ใช่แค่การวัดระดับภาษาอังกฤษ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และพัฒนาของเด็กแต่ละคน ผู้ปกครองสามารถเลือกแนวทางการสอบและการเตรียมตัวที่เหมาะสม ตามระดับความสามารถและความต้องการของลูกได้

    แล้วลูกของคุณกำลังเตรียมสอบ Cambridge English อยู่หรือไม่? คุณพบเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า?

    🎯 1. ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มเตรียมตอนไหน กลัวเร็วหรือช้าเกินไป? 📌 ควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? กลัวลูกยังเด็กเกินไปและยังไม่พร้อมสอบ?

    📚 2. หาแหล่งเรียนที่เหมาะสมไม่ได้ กลัวเตรียมผิดทาง? 📌 สื่อการเรียนในอินเทอร์เน็ตมีมากมาย ไม่รู้จะเลือกใช้สื่อทางการหรือเสริมดี? 📌 เรียนฟรีกับคอร์สเสียเงิน แบบไหนช่วยลูกได้มากกว่ากัน?

    ⌛ 3. พื้นฐานภาษาอังกฤษของลูกยังไม่แน่น ทำให้เตรียมตัวยาก? 📌 คำศัพท์น้อย โครงสร้างประโยคไม่แม่น ฟังไม่ทัน จะเริ่มยังไงดี? 📌 ถ้าเริ่มด้วยแบบฝึกหัดสอบเลย เด็กอาจรู้สึกต่อต้าน ไม่อยากเรียน?

    💬 4. ทักษะพูดคือจุดอ่อนที่สุด ไม่กล้าพูดอังกฤษ? 📌 ลูกกลัวพูดผิด ไม่กล้าพูด จะฝึกให้คล่องขึ้นได้อย่างไร? 📌 ผู้ปกครองพูดอังกฤษไม่เก่ง จะช่วยลูกฝึกพูดได้ไหม?

    🎧 5. ข้อสอบฟังเร็วเกินไป เด็กตามไม่ทัน? 📌 ฟังไม่เข้าใจคำสำคัญตอนสอบ ทำให้ตอบคำถามไม่ได้? 📌 ไม่มีสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ขาดการฝึกแบบ immersion?

    หากคุณกำลังเจอปัญหาข้างต้น และต้องการคำแนะนำหรือแนวทางแก้ไข ขอเชิญเข้าร่วม LINE ทางการของเรา "KK English" เราพร้อมเป็นกำลังใจและช่วยเหลือในการเตรียมตัวสอบ Cambridge English ของลูกคุณ!

    Pre A1 Starters ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Starters (YLE Starters)

     

    Pre A1 Starters ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Starters (YLE Starters)
    A1 Movers ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Movers (YLE Movers)
    A2 Flyers เดิมเรียกว่า Cambridge English: Flyers (YLE Flyers)
    Cambridge English: Young Learners (YLE) qualifications คุณสมบัติ Cambridge English: Young Learners (YLE)


    Pre A1 Starters ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Starters (YLE Starters) เป็นหนึ่งในวุฒิบัตร Cambridge English Qualifications ของเรา และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางในการเรียนรู้ภาษาของเด็ก ๆ

    Pre A1 Starters เป็นการสอบระดับแรกในบรรดาสามระดับของวุฒิบัตร Cambridge English Qualifications ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กนักเรียนโดยเฉพาะ การสอบนี้มีจุดประสงค์เพื่อแนะนำภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันทั้งในรูปแบบการอ่านและการฟังให้กับเด็ก ๆ และเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างความมั่นใจและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของพวกเขา

    ข้อสอบถูกออกแบบให้ครอบคลุมหัวข้อที่เด็ก ๆ คุ้นเคย และมุ่งเน้นทักษะที่จำเป็นในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพผ่าน การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน

    Pre A1 Starters สามารถช่วยให้บุตรหลานของคุณก้าวแรกอย่างมั่นใจไปสู่การ:

    • เข้าใจเนื้อหาภาษาอังกฤษพื้นฐานบนอินเทอร์เน็ต
    • สนุกกับหนังสือ เพลง รายการโทรทัศน์ และภาพยนตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษ
    • สร้างมิตรภาพกับเพื่อน ๆ ทั่วโลก

    เหตุผลที่ควรเลือก Pre A1 Starters

    • ไม่มีการสอบตก – เด็กทุกคนจะได้รับใบประกาศนียบัตรจาก Cambridge English เพื่อแสดงความสำเร็จของพวกเขา
    • ข้อสอบใช้สถานการณ์ในชีวิตประจำวันจริง เพื่อทำให้การเรียนรู้มีชีวิตชีวา
    • ข้อสอบครอบคลุมรูปแบบภาษาอังกฤษหลักทั้งหมด (เช่น British English, American English)
    • มีสื่อสนับสนุนการเรียนรู้ให้เลือกมากมาย ทั้งแบบฟรีและมีค่าใช้จ่าย

    รูปแบบการสอบ

    Pre A1 Starters ประกอบด้วยข้อสอบ 3 ส่วน ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียนระดับเยาวชน คุณสามารถดูรายละเอียดของแต่ละส่วนได้ด้านล่างนี้:

    ส่วนข้อสอบ เนื้อหา คะแนนสูงสุด
    Listening (ประมาณ 20 นาที) 4 ส่วน / 20 คำถาม สูงสุด 5 โล่
    Reading and Writing (20 นาที) 5 ส่วน / 25 คำถาม สูงสุด 5 โล่
    Speaking (3–5 นาที) 4 ส่วน สูงสุด 5 โล่

    ข้อสอบทั้ง 3 ส่วนนี้ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษอย่างรอบด้าน ทั้งการฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด ในบรรยากาศที่สนุกสนานและไม่กดดัน

    เนื้อหาในข้อสอบ Listening (การฟัง)

    ข้อสอบ Listening ของ Pre A1 Starters แบ่งออกเป็น 4 ส่วน โดยในแต่ละส่วนจะเริ่มด้วยตัวอย่าง 1 หรือ 2 ข้อก่อน เด็ก ๆ จะได้ฟังแต่ละบทสนทนา 2 ครั้ง


    สรุปโดยรวม

    • เวลา: ประมาณ 20 นาที
    • จำนวนส่วน: 4
    • จำนวนคำถาม: 20 ข้อ
    • คะแนน: สูงสุด 5 โล่

    ส่วนที่ 1

    • เนื้อหา: ภาพใหญ่ภาพหนึ่งแสดงให้เห็นคนหลายคนกำลังทำกิจกรรมต่างกัน เหนือและใต้ภาพจะมีชื่อเด็ก ๆ หลายชื่อ เด็กต้องฟังบทสนทนาระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กอย่างตั้งใจ และลากเส้นจากแต่ละชื่อไปยังคนที่ตรงกับคำอธิบายในภาพ
    • ฝึกทักษะ: ฟังชื่อและคำบรรยาย
    • จำนวนคำถาม: 5 ข้อ

    ส่วนที่ 2

    • เนื้อหา: การสนทนาสั้น ๆ ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ พร้อมคำถาม เด็กต้องฟังแล้วเขียนคำตอบที่ถูกต้อง (เป็นชื่อหรือเลข) ลงหลังคำถามแต่ละข้อ
    • ฝึกทักษะ: ฟังตัวเลขและการสะกดคำ
    • จำนวนคำถาม: 5 ข้อ

    ส่วนที่ 3

    • เนื้อหา: การสนทนาสั้น ๆ 5 ครั้ง ระหว่างคนสองคนแต่ละคู่ สำหรับแต่ละบทสนทนา จะมีคำถามและภาพให้เลือก 3 ภาพ เด็กต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องจาก A, B หรือ C
    • ฝึกทักษะ: ฟังข้อมูลเฉพาะเจาะจง
    • จำนวนคำถาม: 5 ข้อ

    ส่วนที่ 4

    • เนื้อหา: ภาพใหญ่ที่มีวัตถุชนิดเดียวกัน 7 ชิ้น (เช่น ลูกบอล หนังสือ ฯลฯ) เด็กต้องฟังบทสนทนาระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กอย่างตั้งใจ และระบายสีแต่ละชิ้นตามที่ได้ยินในบทสนทนา
    • ฝึกทักษะ: ฟังคำศัพท์ สี และบุพบท (prepositions)
    • จำนวนคำถาม: 5 ข้อ

    ข้อสอบอ่านและเขียนมีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบอ่านและเขียน Pre A1 Starters มี 5 ส่วน แต่ละส่วนจะเริ่มต้นด้วยตัวอย่างหนึ่งหรือสองข้อ สำหรับทุกส่วนของข้อสอบอ่านและเขียน เด็กๆ ต้องสะกดคำตอบให้ถูกต้อง

    สรุป

    • เวลาที่ใช้: ประมาณ 20 นาที
    • จำนวนส่วน: 5
    • จำนวนคำถาม: 25 ข้อ
    • คะแนน: สูงสุด 5 โล่ห์

    ส่วนที่ 1

    • มีอะไรในส่วนที่ 1? รูปภาพของวัตถุ 5 รูป ใต้แต่ละรูปจะมีประโยคขึ้นต้นด้วย “This is a …” หรือ “These are …” ถ้าประโยคถูกต้อง เด็กๆ ต้องทำเครื่องหมายถูกข้างรูปภาพ ถ้าประโยคไม่ถูกต้อง ให้ทำเครื่องหมายกากบาท
    • เด็กควรฝึกอะไร? อ่านประโยคสั้น ๆ และรู้จักคำศัพท์
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 2

    • มีอะไรในส่วนที่ 2? รูปภาพใหญ่หนึ่งรูปพร้อมประโยคเกี่ยวกับภาพนั้น ถ้าประโยคถูกต้อง เด็กๆ ต้องเขียนคำว่า “yes” ถ้าไม่ถูกต้อง ให้เขียนคำว่า “no”
    • เด็กควรฝึกอะไร? อ่านประโยคเกี่ยวกับภาพ และเขียนคำตอบเป็นคำเดียว
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 3

    • มีอะไรในส่วนที่ 3? รูปภาพของวัตถุ 5 รูป เด็กต้องหาคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องของวัตถุนั้น หลังแต่ละรูปจะมีขีดแสดงจำนวนตัวอักษรในคำ และตัวอักษรที่สลับกัน เด็กต้องเรียงตัวอักษรเหล่านั้นให้ถูกต้องเพื่อได้คำศัพท์
    • เด็กควรฝึกอะไร? การสะกดคำศัพท์เดี่ยว
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 4

    • มีอะไรในส่วนที่ 4? ข้อความกึ่งจริงกึ่งเรื่องเล่าที่มีคำหายไป (ช่องว่าง) ด้านล่างข้อความมีกรอบที่มีรูปภาพและคำศัพท์ เด็กต้องเลือกคำที่ถูกต้องจากกรอบไปเติมในช่องว่างแต่ละช่อง
    • เด็กควรฝึกอะไร? อ่านข้อความและเขียนคำศัพท์ที่ขาด (คำประเภทคำนาม)
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ส่วนที่ 5

    • มีอะไรในส่วนที่ 5? รูปภาพ 3 รูปที่บอกเล่าเรื่องราว แต่ละรูปมีคำถามหนึ่งหรือสองข้อ เด็กต้องดูรูปและเขียนคำตอบคำเดียวสำหรับแต่ละคำถาม
    • เด็กควรฝึกอะไร? อ่านคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวในรูป และเขียนคำตอบคำเดียว
    • มีคำถามกี่ข้อ? 5 ข้อ

    ข้อสอบพูดมีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบพูด Pre A1 Starters มี 4 ส่วน เด็กจะสอบแบบตัวต่อตัวกับผู้ทดสอบ แต่จะมีคนที่รู้จักและพูดภาษาของเด็ก (เช่น ครูของเด็ก) แนะนำเด็กให้รู้จักกับผู้ทดสอบและอธิบายวิธีการทำข้อสอบเป็นภาษาของเด็กเอง

    สรุป

    • เวลาที่ใช้: 3–5 นาที
    • จำนวนส่วน: 4
    • คะแนน: สูงสุด 5 โล่ห์

    ส่วนที่ 1

    • มีอะไรในส่วนที่ 1? ผู้ทดสอบจะทักทายเด็กและถามชื่อ จากนั้นจะให้เด็กชี้ไปที่สิ่งของต่าง ๆ ในภาพใหญ่ ผู้ทดสอบจะแสดงรูปภาพเล็ก ๆ ของวัตถุและพูดชื่อวัตถุ 3 ชิ้นให้เด็กชี้ จากนั้นผู้ทดสอบจะให้เด็กวางการ์ดวัตถุแต่ละชิ้นในตำแหน่งต่าง ๆ บนภาพใหญ่ (เช่น ‘วางเปลือกหอยไว้ใต้ต้นไม้’)
    • เด็กควรฝึกอะไร? การฟังและทำตามคำสั่งที่พูดออกมา

    ส่วนที่ 2

    • มีอะไรในส่วนที่ 2? ผู้ทดสอบจะถามเด็กเกี่ยวกับภาพใหญ่จากส่วนที่ 1 (เช่น ‘นี่คืออะไร?’, ‘สีอะไร?’) และจะให้เด็ก ‘บอกฉันเกี่ยวกับ …’ วัตถุหนึ่งชิ้นในภาพใหญ่
    • เด็กควรฝึกอะไร? การฟังและทำตามคำสั่งที่พูดออกมา

    ส่วนที่ 3

    • มีอะไรในส่วนที่ 3? ผู้ทดสอบจะถามเด็กเกี่ยวกับรูปภาพเล็ก ๆ ของวัตถุจากส่วนที่ 2 (เช่น ‘นี่คืออะไร?’, ‘คุณมี … ไหม?’)
    • เด็กควรฝึกอะไร? การฟังและตอบคำถามที่พูดออกมา

    ส่วนที่ 4

    • มีอะไรในส่วนที่ 4? ผู้ทดสอบจะถามเด็กเกี่ยวกับตัวเอง (เช่น อายุ, ครอบครัว, เพื่อน)
    • เด็กควรฝึกอะไร? การฟังและตอบคำถามที่พูดออกมา


    Pre A1 Starters ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Starters (YLE Starters)
    A1 Movers ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Movers (YLE Movers)
    A2 Flyers เดิมเรียกว่า Cambridge English: Flyers (YLE Flyers)
    Cambridge English: Young Learners (YLE) qualifications คุณสมบัติ Cambridge English: Young Learners (YLE)




    Cambridge English: Young Learners (YLE) qualifications คุณสมบัติ Cambridge English: Young Learners (YLE)

    Pre A1 Starters ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Starters (YLE Starters)
    A1 Movers ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Movers (YLE Movers)
    A2 Flyers เดิมเรียกว่า Cambridge English: Flyers (YLE Flyers)
    Cambridge English: Young Learners (YLE) qualifications คุณสมบัติ Cambridge English: Young Learners (YLE)

     

    ก้าวแรกของเด็กในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

    วุฒิบัตร Cambridge English สำหรับเด็กเล็กช่วยให้เด็ก ๆ ทั่วโลกเริ่มต้นก้าวแรกของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ

    โดยอิงจากงานวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับพัฒนาการด้านภาษาของเด็ก การสอบเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับช่วงเริ่มต้นของการเรียนภาษา ทำให้การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุก กระตุ้นแรงจูงใจ และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็ก


    การสอบช่วยส่งเสริมและกระตุ้นเด็กเล็กอย่างไร?

    การสอบสำหรับเด็กเล็กเป็นการวางรากฐานเพื่อความสำเร็จในอนาคตด้านภาษาอังกฤษ

    • ✅ ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุก: การเตรียมสอบและการสอบจริงช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะผ่านกิจกรรมที่เพลิดเพลิน เช่น ระบายสี หาความแตกต่าง และจับคู่ภาพ
    • ✅ พัฒนาทักษะการสื่อสารสำคัญ: การเตรียมสอบเน้นไปที่ 4 ทักษะหลัก ได้แก่ การอ่าน การเขียน การฟัง และการพูด ซึ่งเป็นรากฐานของการใช้ภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ✅ แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าแก่เด็กและผู้ปกครอง: ผลสอบจะแสดงจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนา ทำให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองเข้าใจว่าเรียนรู้ไปได้ไกลแค่ไหนและควรทำอะไรต่อ
    • ✅ มีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นขั้นตอน: ระดับของการสอบเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล CEFR เพื่อแสดงทักษะของผู้สอบอย่างชัดเจน พร้อมกับเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม
    • ✅ เฉลิมฉลองความสามารถของเด็กแต่ละคน: เด็กทุกคนจะได้รับประกาศนียบัตรเพื่อเป็นการรับรองความสำเร็จในแต่ละระดับ
    • ✅ เสริมสร้างความมั่นใจสำหรับการสอบในอนาคต: เมื่อได้เริ่มสอบตั้งแต่เล็ก เด็กจะรู้สึกคุ้นเคยกับกระบวนการสอบและไม่กลัวการสอบในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต

    Tuesday, May 27, 2025

    Cambridge English CAE (ชื่อใหม่: C1 Advanced)

    Cambridge English คืออะไร? รู้จักประเภทข้อสอบ, ระบบระดับชั้น, และการเปรียบเทียบคะแนนในครั้งเดียว
    Cambridge English KET (ชื่อใหม่: A2 Key) สอบจำลอง
    Cambridge English PET (ชื่อใหม่: B1 Preliminary)
    Cambridge English FCE (ชื่อใหม่: B2 First for Schools)
    Cambridge English CAE (ชื่อใหม่: C1 Advanced)
    Cambridge English CPE (ชื่อใหม่: C2 Proficiency)


     C1 Advanced หรือที่เคยรู้จักในชื่อ Cambridge English: Advanced (CAE) เป็นหนึ่งในวุฒิการศึกษาภาษาอังกฤษของเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นวุฒิระดับสูงที่เจาะลึก แสดงให้เห็นว่าคุณมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับที่นายจ้างและมหาวิทยาลัยต้องการ


    มากกว่า 9,000 สถาบันการศึกษา ธุรกิจ และหน่วยงานราชการทั่วโลก ยอมรับ C1 Advanced เป็นหลักฐานของความสำเร็จระดับสูงในการเรียนภาษาอังกฤษ

    การเตรียมตัวสำหรับ C1 Advanced ช่วยพัฒนาทักษะให้ผู้เรียนใช้ประโยชน์สูงสุดจากการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ

    การสอบนี้เป็นก้าวที่เหมาะสมในเส้นทางการเรียนรู้ภาษาของคุณ ระหว่างระดับ B2 First และ C2 Proficiency


    คุณสมบัติของวุฒิ C1 Advanced แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถ:

    • เรียนหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างเข้าใจ

    • สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับผู้จัดการและมืออาชีพ

    • มีความมั่นใจในการเข้าร่วมประชุมที่ทำงานหรือการสอนเสริมในวิชาการ

    • แสดงความคิดด้วยความคล่องแคล่วในระดับสูง

    เหตุผลที่ควรเลือก C1 Advanced:

    • มีวันสอบที่ยืดหยุ่น พร้อมศูนย์สอบกว่า 2,800 แห่งทั่วโลก

    • ได้รับการยอมรับจากสถาบันการศึกษา ธุรกิจ และหน่วยงานราชการกว่า 9,000 แห่ง

    • เปิดประตูสู่โอกาสเดินทาง ทำงาน และศึกษาต่อต่างประเทศ

    C1 Advanced เป็นการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษในทุกด้านอย่างครบถ้วน

    ข้อสอบประกอบด้วย 4 ส่วน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบทักษะภาษาอังกฤษของคุณ คุณสามารถดูรายละเอียดของแต่ละส่วนได้ด้านล่าง

    รูปแบบข้อสอบเหล่านี้เหมือนกันทั้งสำหรับการสอบแบบดิจิทัลและการสอบแบบกระดาษ



    พาร์ตข้อสอบ เนื้อหา วัตถุประสงค์
    Reading and Use of English
    (1 ชั่วโมง 30 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 8 ส่วน / 56 คำถาม แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถอ่านและเข้าใจข้อความประเภทต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ เช่น เรื่องแต่ง หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร พร้อมทั้งทดสอบการใช้ภาษาอังกฤษของคุณผ่านแบบฝึกหัดที่หลากหลาย ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการควบคุมไวยากรณ์และคำศัพท์
    Writing
    (1 ชั่วโมง 30 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 2 ส่วน คุณจะต้องเขียนงานเขียน 2 ชิ้นที่แตกต่างกัน เช่น เรียงความ จดหมาย/อีเมล ข้อเสนอ รายงาน และบทวิจารณ์
    Listening
    (ประมาณ 40 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 4 ส่วน / 30 คำถาม ทดสอบความสามารถในการติดตามและเข้าใจเนื้อหาที่พูดในรูปแบบต่างๆ เช่น การสัมภาษณ์ รายการวิทยุ การนำเสนอ การพูด และบทสนทนาในชีวิตประจำวัน
    Speaking
    (15 นาทีต่อคู่ผู้สอบ; 23 นาทีต่อกลุ่ม 3 คน)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 4 ส่วน แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถเข้าร่วมการสนทนาโดยการตอบและตั้งคำถามง่ายๆ การสอบพูดจะดำเนินการแบบพบหน้า โดยทั่วไปจะมีผู้เข้าสอบ 1 หรือ 2 คน และผู้สอบ 2 คน ผู้สอบคนหนึ่ง (อาจเป็นผู้สอบออนไลน์) จะพูดคุยกับคุณ ในขณะที่อีกคนจะรับฟัง เพื่อให้การสอบสมจริงและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ผู้สอบอาจใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อบันทึกคะแนนผ่านแอปพลิเคชัน




    นี่คือคำแปลภาษาไทยของเนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับข้อสอบ Reading and Use of English ของ C1 Advanced:


    ข้อสอบ Reading and Use of English มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบ Reading and Use of English ของ C1 Advanced แบ่งออกเป็น 8 พาร์ต โดยมีรูปแบบของข้อความและคำถามที่หลากหลาย

    สรุป

    • เวลาที่ใช้: 1 ชั่วโมง 30 นาที
    • จำนวนพาร์ต: 8
    • จำนวนคำถาม: 56
    • ความยาวของข้อความรวม: 3,000–3,500 คำ
    • แหล่งที่มาของข้อความ: หนังสือพิมพ์และนิตยสาร, วารสาร, หนังสือ (ทั้งนิยายและสารคดี), เอกสารประชาสัมพันธ์และข้อมูล

    Part 1 (เติมคำแบบมีตัวเลือก)

    • เนื้อหา: ข้อความที่มีช่องว่างพร้อมตัวเลือก 4 ตัวเลือก (A, B, C หรือ D) สำหรับแต่ละช่องว่าง
    • ฝึกทักษะ: คำศัพท์ – สำนวน, การจับคู่คำ, ความหมายใกล้เคียง, วลีคำกริยา (phrasal verbs), วลีคงที่ ฯลฯ
    • จำนวนคำถาม: 8
    • คะแนน: คำตอบถูกได้ 1 คะแนน

    Part 2 (เติมคำแบบไม่มีตัวเลือก)

    • เนื้อหา: ข้อความที่มีช่องว่าง โดยต้องเติมคำที่หายไปอย่างถูกต้องโดยไม่มีตัวเลือกให้
    • ฝึกทักษะ: ไวยากรณ์และคำศัพท์
    • จำนวนคำถาม: 8
    • คะแนน: คำตอบถูกได้ 1 คะแนน

    Part 3 (แปลงคำศัพท์)

    • เนื้อหา: ข้อความที่มีช่องว่าง 8 ช่อง โดยแต่ละข้อจะมีคำตั้งต้นให้ ซึ่งต้องแปลงรูปคำนั้นให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยค
    • ฝึกทักษะ: คำศัพท์
    • จำนวนคำถาม: 8
    • คะแนน: คำตอบถูกได้ 1 คะแนน

    Part 4 (แปลงประโยคโดยใช้คำกำหนด)

    • เนื้อหา: แต่ละข้อมีประโยคหนึ่ง ตามด้วย “คำสำคัญ” และอีกประโยคที่เว้นว่างไว้ ต้องใช้คำนั้นเติมในช่องว่าง (ใช้ 3–6 คำ) เพื่อให้ประโยคมีความหมายเหมือนกับประโยคแรก
    • ฝึกทักษะ: ไวยากรณ์, คำศัพท์ และการจับคู่คำ
    • จำนวนคำถาม: 6
    • คะแนน: คำตอบถูกได้สูงสุด 2 คะแนน

    Part 5 (อ่านและเลือกคำตอบที่ถูกต้อง)

    • เนื้อหา: ข้อความพร้อมคำถามแบบปรนัย (multiple choice) โดยแต่ละคำถามมี 4 ตัวเลือก (A, B, C หรือ D)
    • ฝึกทักษะ: การอ่านเพื่อจับรายละเอียด, ความคิดเห็น, น้ำเสียง, จุดประสงค์, แนวคิดหลัก, ความหมายโดยนัย, ทัศนคติ
    • จำนวนคำถาม: 6
    • คะแนน: คำตอบถูกได้ 2 คะแนน

    Part 6 (จับคู่ข้ามข้อความ)

    • เนื้อหา: ข้อความสั้น 4 ข้อความ พร้อมคำถามที่ต้องจับคู่ข้อความกับคำถามที่กำหนด โดยต้องอ่านและเปรียบเทียบทุกข้อความ
    • ฝึกทักษะ: การเข้าใจและเปรียบเทียบความคิดเห็นหรือทัศนคติจากหลายข้อความ
    • จำนวนคำถาม: 4
    • คะแนน: คำตอบถูกได้ 2 คะแนน

    Part 7 (เรียงย่อหน้า)

    • เนื้อหา: หน้าข้อความที่มีช่องว่างแทนย่อหน้าที่หายไป พร้อมย่อหน้าให้เลือก ซึ่งไม่ได้จัดเรียงลำดับไว้ ต้องเลือกว่าย่อหน้าใดเหมาะสมกับแต่ละช่องว่าง
    • ฝึกทักษะ: ความเข้าใจโครงสร้างและลำดับการพัฒนาความคิดในข้อความ
    • จำนวนคำถาม: 6
    • คะแนน: คำตอบถูกได้ 2 คะแนน

    Part 8 (จับคู่หลายรายการ)

    • เนื้อหา: คำถามแบบจับคู่หลายรายการ พร้อมข้อความ (อาจเป็นข้อความเดียวหรือหลายข้อความสั้น) โดยต้องจับคู่คำถามกับส่วนต่าง ๆ ของข้อความ
    • ฝึกทักษะ: การอ่านเพื่อหาข้อมูลเฉพาะ รายละเอียด ความคิดเห็น และทัศนคติ
    • จำนวนคำถาม: 10
    • คะแนน: คำตอบถูกได้ 1 คะแนน

    ข้อสอบ Writing มีอะไรบ้าง?

    ในข้อสอบ Writing ของ C1 Advanced ซึ่งแบ่งเป็น 2 พาร์ต คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถเขียนข้อความในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในภาษาอังกฤษ

    สรุป

    • เวลาที่ใช้: 1 ชั่วโมง 30 นาที
    • จำนวนพาร์ต: 2
    • จำนวนคำถาม:

      • พาร์ต 1: คำถามบังคับ 1 ข้อ
      • พาร์ต 2: เลือกทำ 1 ข้อจาก 3 ตัวเลือก
    • ประเภทงานเขียน: บทความ, จดหมาย/อีเมล, ข้อเสนอแนะ (proposal), รายงาน (report), รีวิว (review)

    Part 1 (คำถามบังคับ)

    • เนื้อหา: คุณจะได้อ่านข้อความหนึ่ง แล้วเขียนเรียงความ (essay) โดยอิงจากประเด็นที่มีอยู่ในข้อความนั้น โดยคุณจะถูกถามให้แสดงความเห็นว่าในสองประเด็นใดสำคัญกว่ากัน พร้อมให้เหตุผลสนับสนุน
    • ฝึกทักษะ: การพัฒนาแนวคิดอย่างเต็มที่เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของโครงสร้างทางภาษา คำศัพท์ และหน้าที่ของภาษา เช่น การประเมินผล การแสดงความคิดเห็น การตั้งสมมติฐาน การให้เหตุผล และการโน้มน้าว
    • จำนวนคำถาม: 1 ข้อ (บังคับทำ)
    • จำนวนคำที่ต้องเขียน: 220–260 คำ

    Part 2 (งานเขียนตามสถานการณ์)

    • เนื้อหา: คุณต้องเลือกเขียนงาน 1 ชิ้นจากตัวเลือก 3 ข้อ ซึ่งอาจเป็นจดหมาย/อีเมล, ข้อเสนอแนะ (proposal), รายงาน (report) หรือบทวิจารณ์ (review) โดยคุณจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบริบท หัวข้อ จุดประสงค์ และผู้อ่านเป้าหมายเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเขียน
    • ฝึกทักษะ: การเขียนงานในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจปรากฏในข้อสอบ
    • จำนวนคำถาม: มีให้เลือก 3 ข้อ เลือกทำเพียง 1 ข้อ
    • จำนวนคำที่ต้องเขียน: 220–260 คำ

    ข้อสอบ Listening มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบ Listening ของ C1 Advanced แบ่งออกเป็น 4 พาร์ต ในแต่ละพาร์ตคุณต้องฟังข้อความที่บันทึกไว้ (อาจเป็นเสียงเดี่ยวหรือบทสนทนา) และตอบคำถาม โดยคุณจะได้ยินแต่ละบทสนทนา 2 ครั้ง

    สรุป

    • เวลาที่ใช้: ประมาณ 40 นาที
    • จำนวนพาร์ต: 4
    • จำนวนคำถาม: 30 ข้อ
    • แหล่งที่มาของเสียง:

      • เสียงพูดเดี่ยว: เช่น รายการวิทยุ สุนทรพจน์ การบรรยาย เรื่องเล่า ฯลฯ
      • เสียงจากผู้พูดหลายคน: เช่น รายการวิทยุ สัมภาษณ์ การอภิปราย การสนทนา ฯลฯ

    Part 1 (Multiple choice)

    • เนื้อหา: บทสนทนาสั้น 3 บท ระหว่างผู้พูดสองคน แต่ละบทมีคำถามแบบเลือกตอบ 2 ข้อ ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้อง (A, B หรือ C)
    • ฝึกทักษะ: ฟังเพื่อจับความรู้สึก ทัศนคติ ความคิดเห็น จุดประสงค์ หน้าที่ ความเห็นพ้อง การกระทำ แนวคิดหลัก รายละเอียด ฯลฯ
    • จำนวนคำถาม: 6 ข้อ
    • คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน

    Part 2 (Sentence completion)

    • เนื้อหา: เสียงพูดเดี่ยว ความยาวประมาณ 3 นาที คุณต้องเติมคำในประโยคให้สมบูรณ์ โดยใช้ข้อมูลจากสิ่งที่ได้ยิน
    • ฝึกทักษะ: ฟังเพื่อจับข้อมูลเฉพาะ ความคิดเห็นที่กล่าวไว้
    • จำนวนคำถาม: 8 ข้อ
    • คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน

    Part 3 (Multiple choice)

    • เนื้อหา: บทสนทนา ระหว่างสองคนหรือมากกว่า ความยาวประมาณ 4 นาที พร้อมคำถามแบบเลือกตอบ ให้เลือกคำตอบจาก 4 ตัวเลือก (A, B, C หรือ D)
    • ฝึกทักษะ: ฟังเพื่อจับทัศนคติ ความคิดเห็น ความเห็นพ้อง แนวคิดหลัก ความรู้สึก จุดประสงค์ หน้าที่ และรายละเอียด
    • จำนวนคำถาม: 6 ข้อ
    • คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน

    Part 4 (Multiple matching)

    • เนื้อหา: เสียงพูดเดี่ยวตามหัวข้อ จำนวน 5 คน คนละประมาณ 30 วินาที คุณจะได้รับคำถาม 2 ชุด โดยต้องจับคู่ว่าผู้พูดแต่ละคน (จาก 5 คน) สอดคล้องกับคำตอบใดจาก 8 ตัวเลือก
    • ฝึกทักษะ: ฟังเพื่อจับใจความหลัก ทัศนคติ ความคิดเห็น ประเด็นสำคัญ จุดประสงค์ของผู้พูด ความรู้สึก และการตีความจากบริบท
    • จำนวนคำถาม: 10 ข้อ
    • คะแนน: ข้อละ 1 คะแนน

    ข้อสอบ Speaking มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบ Speaking ของ C1 Advanced แบ่งออกเป็น 4 พาร์ต และคุณจะทำข้อสอบร่วมกับผู้เข้าสอบอีกคนหนึ่ง

    จะมีกรรมการ 2 คน:

    • คนหนึ่งจะเป็นผู้นำการสอบ (ถามคำถาม, แจกภาพสำหรับพูด, ฯลฯ)
    • อีกคนจะคอยฟังและจดบันทึกสิ่งที่คุณพูด

    สรุป

    • เวลาที่ใช้: 15 นาทีต่อผู้เข้าสอบ 2 คน
    • จำนวนพาร์ต: 4
    • รูปแบบการพูด:

      • พูดกับกรรมการ
      • พูดกับผู้เข้าสอบอีกคน
      • พูดคนเดียว

    Part 1 (สัมภาษณ์)

    • เนื้อหา: บทสนทนาระหว่างผู้เข้าสอบและผู้นำการสอบ กรรมการจะถามคำถาม และคุณอาจต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจ การเรียน หรืออาชีพของคุณ
    • ฝึกทักษะ: การพูดเกี่ยวกับตนเอง และการแสดงความคิดเห็นในหัวข้อต่าง ๆ
    • ระยะเวลา: 2 นาที

    Part 2 (การพูดยาว – Long turn)

    • เนื้อหา: กรรมการจะให้ภาพ 3 ภาพ และขอให้คุณพูดเกี่ยวกับ 2 ภาพ ภายในเวลา 1 นาที โดยไม่มีการขัดจังหวะ

      • จากนั้นผู้เข้าสอบอีกคนจะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่คุณพูดเป็นเวลา 30 วินาที
      • หลังจากนั้น คุณจะทำในลักษณะเดียวกันกับอีกชุดภาพ
      • คำถามที่เกี่ยวกับภาพจะเขียนอยู่ด้านบนของกระดาษ เพื่อเตือนใจคุณว่าควรพูดเกี่ยวกับอะไร
    • ฝึกทักษะ: การพูดคนเดียวเกี่ยวกับบางสิ่ง เช่น การเปรียบเทียบ อธิบาย แสดงความคิดเห็น คาดเดา
    • ระยะเวลา: คนละ 1 นาที + ความเห็นตอบกลับ 30 วินาทีจากอีกฝ่าย

    Part 3 (งานร่วมกัน – Collaborative task)

    • เนื้อหา: สนทนากับผู้เข้าสอบอีกคน กรรมการจะให้คำสั่งเป็นคำพูด พร้อมหัวข้อที่เขียนไว้ ให้คุณทั้งสองพูดคุยกันเกี่ยวกับหัวข้อนั้นเป็นเวลา 2 นาที

      • จากนั้น กรรมการจะถามคำถามเพิ่มเติมที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งให้เวลาอีก 1 นาที
    • ฝึกทักษะ: แลกเปลี่ยนความคิด แสดงความคิดเห็นและให้เหตุผล เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย เสนอแนะ คาดเดา ประเมิน และตัดสินใจร่วมกัน
    • ระยะเวลา: 3 นาที (สนทนา 2 นาที + ตัดสินใจร่วมกัน 1 นาที)

    Part 4 (อภิปราย – Discussion)

    • เนื้อหา: การอภิปรายต่อจากหัวข้อใน Part 3 โดยกรรมการจะถามคำถามเพิ่มเติม และคุณจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าสอบอีกคน
    • ฝึกทักษะ: แสดงความคิดเห็น ให้เหตุผล เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย
    • ระยะเวลา: 5 นาที



    Cambridge English FCE (ชื่อใหม่: B2 First for Schools)

    Cambridge English คืออะไร? รู้จักประเภทข้อสอบ, ระบบระดับชั้น, และการเปรียบเทียบคะแนนในครั้งเดียว
    Cambridge English KET (ชื่อใหม่: A2 Key) สอบจำลอง
    Cambridge English PET (ชื่อใหม่: B1 Preliminary)
    Cambridge English FCE (ชื่อใหม่: B2 First for Schools)
    Cambridge English CAE (ชื่อใหม่: C1 Advanced)
    Cambridge English CPE (ชื่อใหม่: C2 Proficiency)


    B2 First for Schools ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: First for Schools (FCE for Schools) เป็นหนึ่งในวุฒิบัตรภาษาอังกฤษของเคมบริดจ์ ที่ช่วยให้นักเรียนมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริง


    วุฒิบัตร B2 First for Schools แสดงใหเห็นว่านักเรียนมีทักษะภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับการสื่อสารในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

    นอกจากนี้ ยังเป็นวิธีเตรียมตัวที่ดีสำหรับการสอบระดับสูงขึ้น เช่น C1 Advanced

    B2 First for Schools มีระดับตามกรอบอ้างอิง CEFR เดียวกับ B2 First แต่เนื้อหาจะเน้นไปที่ผู้เรียนวัยโรงเรียนแทนผู้ใหญ่


    วุฒิบัตร B2 First for Schools แสดงใหเห็นว่านักเรียนสามารถ:

    • สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบพบหน้า โดยแสดงความเห็นและนำเสนอข้อโต้แย้ง

    • เขียนภาษาอังกฤษที่ชัดเจนและละเอียด โดยแสดงความเห็นและอธิบายข้อดีข้อเสียของมุมมองต่าง ๆ

    • ติดตามข่าวสารได้

      เขียนจดหมาย รายงาน เรื่องเล่า และข้อความประเภทอื่น ๆ ได้หลากหลาย


    เหตุผลที่ควรเลือก B2 First for Schools:

    • ง่ายต่อการบูรณาการเข้ากับหลักสูตรของโรงเรียน
    • เป็นส่วนหนึ่งของชุดข้อสอบที่ช่วยให้นักเรียนก้าวหน้าขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน
    • มีการสนับสนุนอย่างครบถ้วนทั้งในเรื่องการเตรียมตัวสอบและการจัดการสอบ
    • นักเรียนจะได้รับวุฒิบัตรที่มีคุณค่าและได้รับการยอมรับทั่วโลก

     

    ข้อสอบ B2 First for Schools ฉบับปรับปรุง (สำหรับรอบสอบตั้งแต่เดือนมกราคม 2015 เป็นต้นไป) ประกอบด้วย 4 วิชาทดสอบทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียน คุณสามารถดูรายละเอียดของแต่ละวิชาได้ด้านล่าง

    รูปแบบข้อสอบดังกล่าวเหมือนกันทั้งในรูปแบบดิจิทัลและรูปแบบกระดาษ



    วิชา เนื้อหา วัตถุประสงค์
    การอ่านและการใช้ภาษาอังกฤษ
    (1 ชั่วโมง 15 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 7 ส่วน / 52 คำถาม นักเรียนต้องสามารถเข้าใจข้อความหลากหลายประเภท รวมถึงการจัดโครงสร้าง และความคิดเห็นหรือทัศนคติที่แสดงในข้อความ ข้อความจะมาจากแหล่งที่นักเรียนวัยเรียนคุ้นเคย เช่น นิตยสาร บทความ เรื่องแต่ง และโฆษณา โดยเน้นเนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับนักเรียน
    การเขียน
    (1 ชั่วโมง 20 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 2 ส่วน นักเรียนต้องเขียนงานเขียน 2 ชิ้น ชิ้นแรกเป็นข้อเขียนบังคับ เป็นเรียงความความยาว 140–190 คำ ชิ้นที่สองสามารถเลือกเขียนบทความ อีเมล/จดหมาย เรียงความ รีวิว หรือเรื่องเล่า ความยาว 140–190 คำ
    การฟัง
    (ประมาณ 40 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 4 ส่วน / 30 คำถาม นักเรียนต้องสามารถติดตามและเข้าใจเนื้อหาที่ฟังได้หลากหลาย เช่น รายการข่าว การประกาศสาธารณะ และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่เหมาะกับความสนใจของนักเรียน
    การพูด
    (14 นาที สำหรับผู้เข้าสอบ 2 คน; 20 นาที สำหรับผู้เข้าสอบ 3 คน)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 4 ส่วน แสดงให้เห็นว่านักเรียนสามารถมีส่วนร่วมในบทสนทนาโดยการตอบและถามคำถามง่าย ๆ ข้อสอบพูดจะจัดขึ้นโดยปกติแบบพบหน้ากับผู้เข้าสอบอีก 1 หรือ 2 คน และกรรมการสอบ 2 คน กรรมการสอบหนึ่งคน (ซึ่งอาจจะสอบทางไกลผ่านออนไลน์) จะพูดคุยกับคุณ ส่วนกรรมการอีกคนจะฟัง วิธีนี้ช่วยให้การสอบมีความสมจริงและน่าเชื่อถือมากขึ้น กรรมการอาจใช้โทรศัพท์มือถือในการบันทึกคะแนนผ่านแอป

    ข้อสอบการอ่านและการใช้ภาษาอังกฤษ (Reading and Use of English) ในระดับ B2 First for Schools ประกอบด้วย 7 ส่วน มีข้อความและประเภทคำถามที่หลากหลาย

    • ในส่วนที่ 1 ถึง 4 นักเรียนจะได้อ่านข้อความหลากหลายและทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับไวยากรณ์และคำศัพท์
    • ในส่วนที่ 5 ถึง 7 นักเรียนจะได้อ่านชุดข้อความต่าง ๆ และตอบคำถามที่ทดสอบความสามารถในการอ่าน รวมถึงแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถจัดการกับข้อความประเภทต่าง ๆ ได้

    เวลาที่ใช้ทำข้อสอบ: 1 ชั่วโมง 15 นาที จำนวนส่วนของข้อสอบ: 7 ส่วน จำนวนคำถาม: 52 ข้อ คะแนน: คิดเป็น 40% ของคะแนนรวม ความยาวของข้อความ: ประมาณ 2,200–2,500 คำทั้งหมด แหล่งข้อความ: อาจเป็นบทความจากหนังสือพิมพ์และนิตยสาร, รายงาน, เรื่องแต่ง, โฆษณา, จดหมาย, ข้อความสั้น หรือเอกสารข้อมูลต่าง ๆ เช่น โบรชัวร์ คู่มือ เป็นต้น


    รายละเอียดแต่ละส่วน

    ส่วนที่ 1 (Multiple-choice cloze)

    • ข้อสอบ: ข้อความที่มีคำหรือวลีขาดหายไป (ช่องว่าง) มีตัวเลือก 4 ตัว (A, B, C, D) สำหรับแต่ละช่องว่าง
    • ฝึกทักษะ: คำศัพท์ เช่น คำที่มีความหมายใกล้เคียง, การจับคู่คำ, วลีเชื่อมโยง, วลีคำกริยาต่าง ๆ
    • จำนวนคำถาม: 8
    • คะแนน: 1 คะแนนต่อคำตอบถูกต้อง

    ส่วนที่ 2 (Open cloze)

    • ข้อสอบ: ข้อความที่มีช่องว่างให้เติมคำที่ถูกต้อง
    • ฝึกทักษะ: ไวยากรณ์และคำศัพท์
    • จำนวนคำถาม: 8
    • คะแนน: 1 คะแนนต่อคำตอบถูกต้อง

    ส่วนที่ 3 (Word formation)

    • ข้อสอบ: ข้อความที่มีช่องว่าง 8 ช่อง และคำแนะนำ (prompt word) ให้เปลี่ยนรูปคำเพื่อให้ได้คำที่ถูกต้องในประโยค
    • ฝึกทักษะ: การสร้างคำจากฐานคำ เช่น compete → competition, competitor, competitive, competitively, uncompetitive
    • จำนวนคำถาม: 8
    • คะแนน: 1 คะแนนต่อคำตอบถูกต้อง

    ส่วนที่ 4 (Key word transformations)

    • ข้อสอบ: ประโยคหนึ่ง ตามด้วยคำสำคัญ (key word) และประโยคที่สองมีช่องว่าง นักเรียนต้องใช้คำสำคัญเติมให้ประโยคที่สองมีความหมายใกล้เคียงกับประโยคแรก
    • ฝึกทักษะ: ไวยากรณ์และคำศัพท์ โดยการเขียนประโยคใหม่ให้มีความหมายเหมือนกัน
    • จำนวนคำถาม: 6
    • คะแนน: สูงสุด 2 คะแนนต่อคำตอบถูกต้อง

    ส่วนที่ 5 (Multiple choice)

    • ข้อสอบ: ข้อความพร้อมคำถามแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก (A, B, C, D)
    • ฝึกทักษะ: การเข้าใจรายละเอียดในข้อความ รวมถึงความคิดเห็นและทัศนคติ
    • จำนวนคำถาม: 6
    • คะแนน: 2 คะแนนต่อคำตอบถูกต้อง

    ส่วนที่ 6 (Gapped text)

    • ข้อสอบ: ข้อความที่มีช่องว่าง พร้อมประโยคที่ถูกตัดมาจากข้อความ นักเรียนต้องเลือกประโยคที่เหมาะสมเติมในช่องว่าง
    • ฝึกทักษะ: เข้าใจโครงสร้างและติดตามความต่อเนื่องของข้อความ
    • จำนวนคำถาม: 6
    • คะแนน: 2 คะแนนต่อคำตอบถูกต้อง

    ส่วนที่ 7 (Multiple matching)

    • ข้อสอบ: คำถามหลายข้อพร้อมข้อความยาวหรือชุดข้อความสั้นหลายชุด นักเรียนต้องเลือกว่าข้อความหรือส่วนใดกล่าวถึงคำถามนั้น ๆ
    • ฝึกทักษะ: การค้นหาข้อมูลเฉพาะในข้อความ
    • จำนวนคำถาม: 10
    • คะแนน: 1 คะแนนต่อคำตอบถูกต้อง

    ภาพรวมข้อสอบเขียน

    • เวลาสอบ: 1 ชั่วโมง 20 นาที
    • จำนวนส่วนของข้อสอบ: 2 ส่วน
    • จำนวนคำถาม:

      • ส่วนที่ 1: 1 ข้อสอบบังคับ
      • ส่วนที่ 2: เลือก 1 ข้อจาก 4 ตัวเลือก (ซึ่งจะไม่มีข้อสอบ set text ตั้งแต่ มกราคม 2024 เป็นต้นไป)
    • คะแนน: คิดเป็น 20% ของคะแนนรวม
    • ประเภทงานเขียน: บทความ (article), อีเมล/จดหมาย, เรียงความ (essay), รีวิว, เรื่องเล่า

    การเปลี่ยนแปลงข้อสอบชุด set text

    • ตั้งแต่ เดือนมกราคม 2024 จะ ยกเลิกข้อสอบชุด set text ในส่วนเขียน เนื่องจากมีผู้เลือกทำจำนวนน้อยและผลการทำข้อสอบไม่ดีนัก
    • ชุด set text ก่อนหน้านี้ (เพื่อการอ้างอิง):

      • ม.ค. 2021 – ธ.ค. 2022: Rebecca โดย Daphne du Maurier (Pearson Level 5 Edition)
      • ม.ค. 2023 – ธ.ค. 2023: The Great Gatsby โดย F. Scott Fitzgerald (Pearson Level 5 Edition)
    • ครูสามารถเตรียมนักเรียนโดยให้ศึกษาได้ทั้งหนังสือหรือภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือเรื่องนี้
    • นักเรียนควรทำข้อสอบชุด set text ก็ต่อเมื่อเข้าใจเนื้อหาอย่างดีเท่านั้น

    ส่วนที่ 1 (เรียงความบังคับ)

    • งานที่ต้องทำ: เขียนเรียงความตามหัวข้อที่กำหนด โดยมีไอเดียให้ 2 ข้อ และต้องเพิ่มไอเดียของตัวเอง พร้อมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อนั้น
    • จุดเน้น: การแสดงความคิดเห็นและให้เหตุผลสนับสนุนความคิดเห็นอย่างชัดเจน
    • จำนวนคำ: 140–190 คำ
    • จำนวนข้อ: 1 ข้อ (บังคับทำ)

    ส่วนที่ 2 (เลือกทำ 1 ข้อจาก 4 ข้อ)

    • งานที่ต้องทำ: เลือกเขียน 1 ข้อจาก 4 ตัวเลือก ซึ่งอาจเป็น:

      • บทความ (article)
      • อีเมล/จดหมาย
      • เรียงความ (essay)
      • รีวิว (review)
      • เรื่องเล่า (story)
    • จุดเน้น: ฝึกเขียนข้อความประเภทต่าง ๆ เช่น การแนะนำ การเปรียบเทียบ การบรรยาย การอธิบาย การแสดงความคิดเห็น การให้เหตุผล หรือการแนะนำ
    • จำนวนคำ: 140–190 คำ
    • จำนวนข้อ: เลือก 1 จาก 4 (ไม่มีข้อ set text ตั้งแต่ มกราคม 2024)

    ข้อสอบฟัง (Listening paper) มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบฟัง B2 First for Schools แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ในแต่ละส่วน นักเรียนจะต้องฟังบทบันทึกเสียงแล้วตอบคำถาม นักเรียนจะได้ฟังบทบันทึกซ้ำสองครั้ง


    สรุป

    • เวลาสอบ: ประมาณ 40 นาที
    • จำนวนส่วน: 4 ส่วน
    • จำนวนคำถามทั้งหมด: 30 ข้อ

    ส่วนที่ 1 (เลือกตอบแบบปรนัย Multiple choice)

    • มีอะไรในส่วนที่ 1? มีบทบันทึกเสียงสั้น ๆ หลายชิ้น ไม่เกี่ยวข้องกันแต่ละชิ้น ใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีต่อชิ้น นักเรียนต้องฟังแล้วตอบคำถามแบบเลือกตอบ โดยแต่ละคำถามมีตัวเลือก 3 ตัว (A, B หรือ C)
    • ฝึกทักษะอะไร? ฝึกฟังเพื่อจับอารมณ์ ความรู้สึก ทัศนคติ ความคิดเห็น วัตถุประสงค์ หน้าที่ การเห็นด้วยใจความสำคัญ และรายละเอียด
    • จำนวนคำถาม: 8 ข้อ
    • คะแนน: 1 คะแนนต่อคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 2 (เติมประโยค Sentence completion)

    • มีอะไรในส่วนที่ 2? เป็นการฟังบทพูดคนเดียว (monologue) ความยาวประมาณ 3–4 นาที นักเรียนต้องเติมข้อมูลลงในช่องว่างของประโยคที่มีให้ในกระดาษคำถามตามข้อมูลที่ได้ยินในบทบันทึก
    • ฝึกทักษะอะไร? ฟังจับรายละเอียด ข้อมูลเฉพาะ และความคิดเห็นที่แสดงออกอย่างชัดเจน
    • จำนวนคำถาม: 10 ข้อ
    • คะแนน: 1 คะแนนต่อคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 3 (จับคู่ Multiple matching)

    • มีอะไรในส่วนที่ 3? ฟังบทพูดสั้น ๆ 5 ชิ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกัน ใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีต่อชิ้น นักเรียนต้องเลือกประโยคจากรายการ 8 ประโยค ที่ตรงกับสิ่งที่ผู้พูดแต่ละคนกล่าว
    • ฝึกทักษะอะไร? ฟังเพื่อจับใจความหลัก วัตถุประสงค์ อารมณ์ ความรู้สึก และรายละเอียดสำคัญ
    • จำนวนคำถาม: 5 ข้อ
    • คะแนน: 1 คะแนนต่อคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 4 (เลือกตอบแบบปรนัย Multiple choice)

    • มีอะไรในส่วนที่ 4? เป็นบทสัมภาษณ์หรือการสนทนาระหว่างผู้พูด 2 คน ความยาวประมาณ 3–4 นาที นักเรียนต้องฟังแล้วตอบคำถามแบบเลือกตอบ 7 ข้อ โดยแต่ละคำถามมีตัวเลือก 3 ตัว (A, B หรือ C)
    • ฝึกทักษะอะไร? ฟังเพื่อจับความคิดเห็น ทัศนคติ ใจความสำคัญ ความคิดหลัก และข้อมูลเฉพาะ
    • จำนวนคำถาม: 7 ข้อ
    • คะแนน: 1 คะแนนต่อคำตอบที่ถูกต้อง

    ข้อสอบพูด (Speaking paper) มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบพูด B2 First for Schools มีทั้งหมด 4 ส่วน และนักเรียนจะสอบพร้อมกับผู้เข้าสอบอีกคนหนึ่ง

    มีกรรมการสอบ 2 คน กรรมการสอบคนหนึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการสอบ (ถามคำถาม, ให้สมุดคำถามสำหรับพูด ฯลฯ) ส่วนกรรมการสอบอีกคนจะฟังนักเรียนพูด


    สรุป

    • เวลาสอบ: 14 นาที ต่อคู่ผู้เข้าสอบ
    • จำนวนส่วน: 4 ส่วน
    • นักเรียนต้องพูดกับ:

      • กรรมการสอบ
      • ผู้เข้าสอบอีกคน
      • พูดคนเดียว

    ส่วนที่ 1 (สัมภาษณ์ Interview)

    • มีอะไรในส่วนที่ 1? สนทนากับกรรมการสอบ กรรมการสอบจะถามคำถาม นักเรียนอาจต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง พูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา สถานการณ์ปัจจุบัน และแผนในอนาคต
    • ฝึกทักษะอะไร? ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง และแสดงความคิดเห็นในหัวข้อต่าง ๆ
    • เวลาพูดของนักเรียนแต่ละคน: 2 นาที

    ส่วนที่ 2 (พูดเป็นช่วงยาว Long turn)

    • มีอะไรในส่วนที่ 2? กรรมการสอบจะให้ภาพถ่ายคู่หนึ่งแก่นักเรียนเพื่อพูดอธิบาย โดยนักเรียนต้องพูดคนเดียวประมาณ 1 นาทีโดยไม่มีการขัดจังหวะ คำถามเกี่ยวกับภาพจะเขียนไว้ด้านบนของหน้ากระดาษเพื่อเตือนว่าสิ่งใดควรพูดถึง เมื่อนักเรียนพูดจบ ผู้เข้าสอบอีกคนจะต้องตอบคำถามสั้น ๆ จากกรรมการสอบเกี่ยวกับภาพของเขา
    • ฝึกทักษะอะไร? พูดคนเดียวเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เปรียบเทียบ อธิบาย แสดงความเห็น
    • เวลาพูดของนักเรียนแต่ละคน: 1 นาทีต่อคน บวกกับเวลาตอบคำถามอีก 30 วินาที

    ส่วนที่ 3 (งานร่วม Collaborative task)

    • มีอะไรในส่วนที่ 3? สนทนากับผู้เข้าสอบอีกคน กรรมการสอบจะให้อุปกรณ์เป็นคำถามและคำแนะนำเป็นข้อความให้นักเรียนสองคนพูดคุยกันเป็นเวลา 2 นาที จากนั้นกรรมการสอบจะให้ผู้เข้าสอบร่วมกันตัดสินใจเกี่ยวกับหัวข้อที่พูดคุย
    • ฝึกทักษะอะไร? แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงและสนับสนุนความเห็น เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เสนอความคิดเห็น คาดเดา ประเมิน และตัดสินใจร่วมกันผ่านการเจรจา
    • เวลาพูดของนักเรียนแต่ละคน: สนทนา 2 นาที ตามด้วยงานตัดสินใจ 1 นาที

    ส่วนที่ 4 (อภิปราย Discussion)

    • มีอะไรในส่วนที่ 4? สนทนาเพิ่มเติมกับผู้เข้าสอบอีกคน โดยมีคำถามจากกรรมการสอบเกี่ยวกับหัวข้อเดียวกับงานในส่วนที่ 3
    • ฝึกทักษะอะไร? แสดงและสนับสนุนความเห็น เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
    • เวลาพูดของนักเรียนแต่ละคน: การอภิปรายควรใช้เวลา 4 นาที

    Cambridge English คืออะไร? รู้จักประเภทข้อสอบ, ระบบระดับชั้น, และการเปรียบเทียบคะแนนในครั้งเดียว
    Cambridge English KET (ชื่อใหม่: A2 Key) สอบจำลอง
    Cambridge English PET (ชื่อใหม่: B1 Preliminary)
    Cambridge English FCE (ชื่อใหม่: B2 First for Schools)
    Cambridge English CAE (ชื่อใหม่: C1 Advanced)
    Cambridge English CPE (ชื่อใหม่: C2 Proficiency)




    Cambridge English PET (ชื่อใหม่: B1 Preliminary)

    Cambridge English คืออะไร? รู้จักประเภทข้อสอบ, ระบบระดับชั้น, และการเปรียบเทียบคะแนนในครั้งเดียว
    Cambridge English KET (ชื่อใหม่: A2 Key) สอบจำลอง
    Cambridge English PET (ชื่อใหม่: B1 Preliminary)
    Cambridge English FCE (ชื่อใหม่: B2 First for Schools)
    Cambridge English CAE (ชื่อใหม่: C1 Advanced)
    Cambridge English CPE (ชื่อใหม่: C2 Proficiency)


    B1 Preliminary ซึ่งเดิมเรียกว่า Cambridge English: Preliminary (PET) เป็นหนึ่งในวุฒิบัตรภาษาอังกฤษของเคมบริดจ์ เป็นการสอบภาษาอังกฤษที่แสดงว่าคุณมีความเชี่ยวชาญในพื้นฐานภาษาอังกฤษแล้ว

    วุฒิบัตร B1 Preliminary แสดงว่าคุณได้เชี่ยวชาญพื้นฐานภาษาอังกฤษแล้ว และมีทักษะการใช้ภาษาที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

    การสอบนี้เป็นขั้นตอนที่สมเหตุสมผลในเส้นทางการเรียนภาษาของคุณ ระหว่างระดับ A2 Key และ B2 First


    B1 Preliminary ประกอบด้วย 4 ส่วนของข้อสอบที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบทักษะภาษาอังกฤษของผู้เรียน คุณสามารถดูรายละเอียดของแต่ละส่วนได้ด้านล่าง

    รูปแบบข้อสอบทั้งแบบดิจิทัลและแบบกระดาษจะเหมือนกัน



    ข้อสอบ เนื้อหา คะแนน (% จากทั้งหมด) วัตถุประสงค์
    อ่าน (Reading) (45 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 6 ส่วน / 32 ข้อ 25% แสดงว่าคุณสามารถอ่านและเข้าใจใจความสำคัญจากป้ายข่าว หนังสือพิมพ์ และนิตยสารได้
    เขียน (Writing) (45 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 2 ส่วน / 2 ข้อ 25% แสดงว่าคุณใช้คำศัพท์และโครงสร้างภาษาได้ถูกต้อง
    ฟัง (Listening) (30 นาที รวมเวลาถ่ายโอนคำตอบ 6 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 4 ส่วน / 25 ข้อ 25% คุณต้องสามารถติดตามและเข้าใจเนื้อหาที่ได้ยินหลากหลายประเภท เช่น ประกาศและการสนทนาในชีวิตประจำวัน
    พูด (Speaking) (10-12 นาที ต่อคู่ผู้เข้าสอบ; 15-17 นาที ต่อกลุ่มสามคน)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ 4 ส่วน 25% แสดงทักษะการพูดภาษาอังกฤษของคุณในขณะเข้าร่วมการสนทนา โดยถาม/ตอบคำถาม และพูดคุย เช่น เรื่องสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ การสอบพูดจะเป็นแบบพบหน้ากับผู้เข้าสอบอีกหนึ่งหรือสองคน และมีกรรมการสอบสองคน หนึ่งในกรรมการ (ซึ่งอาจสอบทางออนไลน์) จะพูดคุยกับคุณ ส่วนอีกคนจะฟัง เพื่อทำให้การสอบสมจริงและน่าเชื่อถือมากขึ้น กรรมการสอบอาจใช้โทรศัพท์มือถือในการบันทึกคะแนนผ่านแอป

    ในข้อสอบอ่าน (Reading paper) มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบอ่านระดับ B1 Preliminary มี 6 ส่วน ซึ่งประกอบด้วยข้อความและคำถามหลากหลายประเภท

    ส่วนที่ 1 (ปรนัยเลือกตอบ - Multiple choice)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? อ่านประกาศ ข้อความสั้น และข้อความอื่นๆ ในชีวิตจริงจำนวน 5 ข้อ เพื่อจับใจความสำคัญ
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 5 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 2 (จับคู่ - Matching)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? จับคู่คำอธิบายของบุคคล 5 ราย กับข้อความสั้น 8 ข้อในหัวข้อเดียวกัน เพื่อแสดงความเข้าใจอย่างละเอียด
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 5 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 3 (ปรนัยเลือกตอบ - Multiple choice)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? อ่านข้อความยาวขึ้นเพื่อทำความเข้าใจโดยละเอียด จับใจความหลัก การสรุปนัย และความหมายโดยรวม รวมถึงทัศนคติและความคิดเห็นของผู้เขียน
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 5 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 4 (ข้อความเว้นช่องว่าง - Gapped text)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? อ่านข้อความยาวที่ถูกตัดประโยคออกไป 5 ประโยค เพื่อแสดงความเข้าใจว่าข้อความที่มีความเชื่อมโยงและโครงสร้างดีนั้นถูกสร้างอย่างไร
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 5 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 5 (เติมคำในช่องว่างแบบปรนัย - Multiple choice cloze)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? อ่านข้อความสั้นและเลือกคำศัพท์ที่ถูกต้องเพื่อเติมในช่องว่าง
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 6 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 6 (เติมคำในช่องว่างแบบเปิด - Open cloze)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? อ่านข้อความสั้นและเติมคำในช่องว่าง 6 ช่อง โดยใช้คำเดียวในแต่ละช่อง
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 6 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง




    ในข้อสอบเขียน (Writing paper) มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบเขียนระดับ B1 Preliminary มี 2 ส่วน คุณต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถเขียนข้อความประเภทต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษได้

    ส่วนที่ 1 (เขียนอีเมล)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? เขียนประมาณ 100 คำ ตอบอีเมลและบันทึกที่ได้รับ
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 1 ข้อ
    • คะแนนสูงสุดเท่าไหร่? ข้อสอบนี้ให้คะแนนสูงสุด 20 คะแนน

    ส่วนที่ 2 (เลือกเขียนบทความหรือเรื่องเล่า)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? เขียนประมาณ 100 คำ ตอบคำถามที่เลือกได้หนึ่งข้อจากสองข้อ
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? เลือกตอบ 1 ข้อจาก 2 ข้อ
    • คะแนนสูงสุดเท่าไหร่? ข้อสอบนี้ให้คะแนนสูงสุด 20 คะแนน


    ในข้อสอบฟัง (Listening paper) มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบฟังระดับ B1 Preliminary มี 4 ส่วน สำหรับแต่ละส่วน คุณต้องฟังข้อความบันทึกเสียงแล้วตอบคำถาม คุณจะได้ฟังบันทึกเสียงซ้ำ 2 รอบ

    ส่วนที่ 1 (ปรนัยเลือกตอบ - Multiple choice)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? ระบุข้อมูลสำคัญจากบทพูดสั้น ๆ หรือบทสนทนา 7 ชุด และเลือกภาพที่ถูกต้อง
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 7 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 2 (ปรนัยเลือกตอบ - Multiple choice)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? ฟังบทสนทนาสั้น 6 ชุด และเข้าใจใจความสำคัญของแต่ละบท
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 6 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 3 (เติมคำในช่องว่าง - Gap fill)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? ฟังบทพูดคนเดียว (monologue) แล้วเติมคำในช่องว่าง 6 ช่อง
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 6 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 4 (ปรนัยเลือกตอบ - Multiple choice)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? ฟังการสัมภาษณ์เพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดและระบุทัศนคติ รวมถึงความคิดเห็น
    • จำนวนคำถามมีเท่าไหร่? 6 ข้อ
    • คะแนนมีเท่าไหร่? ข้อละ 1 คะแนนสำหรับคำตอบที่ถูกต้อง

    ในข้อสอบพูด (Speaking paper) มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบพูดระดับ B1 Preliminary มี 4 ส่วน และคุณจะสอบพร้อมกับผู้เข้าสอบอีกคน มีกรรมการสอบสองคน หนึ่งคนจะพูดคุยกับคุณ อีกคนจะฟัง

    ส่วนที่ 1 (สัมภาษณ์)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? ตอบคำถามโดยให้ข้อมูลข้อเท็จจริงหรือข้อมูลส่วนตัว
    • ผู้เข้าสอบมีเวลาพูดกี่นาที? 2 นาที

    ส่วนที่ 2 (การพูดขยาย - Extended turn)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? บรรยายภาพถ่ายสีหนึ่งภาพ พูดประมาณ 1 นาที
    • ผู้เข้าสอบมีเวลาพูดกี่นาที? 3 นาที

    ส่วนที่ 3 (อภิปราย)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? เสนอแนะและตอบสนองข้อเสนอแนะ สนทนาเกี่ยวกับทางเลือกต่าง ๆ และเจรจาตกลงกัน
    • ผู้เข้าสอบมีเวลาพูดกี่นาที? 4 นาที

    ส่วนที่ 4 (สนทนาทั่วไป)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? สนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ประสบการณ์ ความคิดเห็น นิสัย เป็นต้น
    • ผู้เข้าสอบมีเวลาพูดกี่นาที? 3 นาที


    Cambridge English KET (ชื่อใหม่: A2 Key) สอบจำลอง

    Cambridge English คืออะไร? รู้จักประเภทข้อสอบ, ระบบระดับชั้น, และการเปรียบเทียบคะแนนในครั้งเดียว
    Cambridge English KET (ชื่อใหม่: A2 Key) สอบจำลอง
    Cambridge English PET (ชื่อใหม่: B1 Preliminary)
    Cambridge English FCE (ชื่อใหม่: B2 First for Schools)
    Cambridge English CAE (ชื่อใหม่: C1 Advanced)

    Cambridge English CPE (ชื่อใหม่: C2 Proficiency) 


    ข้อสอบ A2 Key ประกอบด้วย 3 พาร์ทหลักที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบทักษะภาษาอังกฤษของคุณ โดยคุณสามารถดูรายละเอียดของแต่ละพาร์ทได้ด้านล่าง

    รูปแบบข้อสอบด้านล่างนี้เหมือนกันทั้งในรูปแบบดิจิทัลและแบบกระดาษ

    ข้อสอบ A2 Key แบบกระดาษจะยกเลิกหลังจากรอบสอบสุดท้ายในเดือนมิถุนายน ปี 2026 โดยจะยังคงมีให้สอบในรูปแบบดิจิทัล ส่วนข้อสอบ A2 Key for Schools จะยังคงมีทั้งในรูปแบบกระดาษและดิจิทัล


    พาร์ทสอบ เนื้อหา คะแนน (% ของคะแนนรวม) วัตถุประสงค์
    Reading and Writing (60 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ
    7 พาร์ท / 32 ข้อ 50% แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถเข้าใจข้อมูลที่เขียนง่าย ๆ เช่น ป้าย โบรชัวร์ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร
    Listening (30 นาที รวมเวลาย้ายคำตอบ 6 นาที)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ
    5 พาร์ท / 25 ข้อ 25% ต้องสามารถเข้าใจประกาศและบทพูดอื่น ๆ เมื่อผู้พูดพูดด้วยความเร็วปานกลาง
    Speaking (8–10 นาทีต่อผู้เข้าสอบ 2 คน; 13–15 นาทีสำหรับกลุ่ม 3 คน)
    ดูตัวอย่างข้อสอบ
    2 พาร์ท 25% แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถสนทนาโดยการตอบและถามคำถามง่าย ๆ ข้อสอบ Speaking จะสอบแบบตัวต่อตัวกับผู้เข้าสอบคนอื่น 1 หรือ 2 คน และมีกรรมการ 2 คน โดยหนึ่งในกรรมการ (อาจอยู่ในระบบออนไลน์) จะเป็นผู้พูดคุยกับคุณ และอีกคนเป็นผู้ฟัง กรรมการอาจใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อลงคะแนนผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้การสอบสมจริงและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

    📖 รายละเอียดของพาร์ท Reading and Writing ในข้อสอบ A2 Key

    ข้อสอบ Reading and Writing ของ A2 Key มีทั้งหมด 7 พาร์ท โดยใช้รูปแบบและประเภทของคำถามที่หลากหลาย พาร์ทที่ 1–5 จะเน้นทักษะการอ่าน ส่วนพาร์ทที่ 6–7 จะเน้นทักษะการเขียน


    🔹 พาร์ท 1: Multiple choice (เลือกคำตอบที่ถูกต้อง)

    • สิ่งที่ต้องทำ: อ่านข้อความสั้นในชีวิตประจำวันจำนวน 6 ข้อ เพื่อจับใจความสำคัญหลัก
    • จำนวนคำถาม: 6 ข้อ
    • คะแนน: คำตอบถูก 1 ข้อ ได้ 1 คะแนน

    🔹 พาร์ท 2: Multiple matching (จับคู่คำถามกับข้อความ)

    • สิ่งที่ต้องทำ: อ่านคำถาม 7 ข้อ และข้อความสั้น 3 ข้อในหัวข้อเดียวกัน แล้วจับคู่คำถามกับข้อความที่เกี่ยวข้อง
    • จำนวนคำถาม: 7 ข้อ
    • คะแนน: คำตอบถูก 1 ข้อ ได้ 1 คะแนน

    🔹 พาร์ท 3: Multiple choice (เลือกคำตอบจากบทความยาว)

    • สิ่งที่ต้องทำ: อ่านบทความยาว 1 ชิ้น เพื่อเข้าใจรายละเอียดและใจความสำคัญ
    • จำนวนคำถาม: 5 ข้อ
    • คะแนน: คำตอบถูก 1 ข้อ ได้ 1 คะแนน

    🔹 พาร์ท 4: Multiple-choice cloze (เติมคำในช่องว่างจากตัวเลือก)

    • สิ่งที่ต้องทำ: อ่านบทความข้อมูล แล้วเลือกคำศัพท์ที่เหมาะสมเพื่อเติมในช่องว่าง
    • จำนวนคำถาม: 6 ข้อ
    • คะแนน: คำตอบถูก 1 ข้อ ได้ 1 คะแนน

    🔹 พาร์ท 5: Open cloze (เติมคำในช่องว่างแบบไม่มีตัวเลือก)

    • สิ่งที่ต้องทำ: เติมคำที่ขาดหายไปในอีเมล (บางครั้งรวมถึงคำตอบกลับ) โดยใช้คำศัพท์เพียง 1 คำต่อช่อง
    • จำนวนคำถาม: 6 ข้อ
    • คะแนน: คำตอบถูก 1 ข้อ ได้ 1 คะแนน

    🔹 พาร์ท 6: Guided writing (การเขียนตามคำแนะนำ)

    • สิ่งที่ต้องทำ: เขียนอีเมลหรือโน้ตสั้น ๆ ความยาวอย่างน้อย 25 คำ
    • จำนวนคำถาม: 1 ข้อ
    • คะแนน: เต็ม 15 คะแนน

    🔹 พาร์ท 7: Picture story (เขียนเรื่องราวจากภาพ)

    • สิ่งที่ต้องทำ: เขียนเรื่องราวสั้น ๆ อย่างน้อย 35 คำ โดยใช้ภาพทั้ง 3 ภาพเป็นแนวทาง
    • จำนวนคำถาม: 1 ข้อ
    • คะแนน: เต็ม 15 คะแนน

    ในข้อสอบการพูด (Speaking paper) มีอะไรบ้าง?

    ข้อสอบการพูดระดับ A2 Key มีสองส่วน และคุณจะสอบพร้อมกับผู้เข้าสอบอีกคน มีผู้สอบสองคน หนึ่งคนจะพูดคุยกับคุณ อีกคนจะฟัง ทั้งสองคนจะให้คะแนนจากผลงานของคุณ


    พาร์ท 1 (สัมภาษณ์)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? ตอบคำถาม โดยให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงหรือข้อมูลส่วนตัว
    • ผู้เข้าสอบมีเวลาพูดกี่นาที? 3–4 นาที

    พาร์ท  2 (อภิปราย)

    • ผู้เข้าสอบต้องทำอะไร? ผู้เข้าสอบจะพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ พร้อมให้เหตุผล
    • ผู้เข้าสอบมีเวลาพูดกี่นาที? 5–6 นาที

    Cambridge English คืออะไร? รู้จักประเภทข้อสอบ, ระบบระดับชั้น, และการเปรียบเทียบคะแนนในครั้งเดียว
    Cambridge English KET (ชื่อใหม่: A2 Key) สอบจำลอง
    Cambridge English PET (ชื่อใหม่: B1 Preliminary)
    Cambridge English FCE (ชื่อใหม่: B2 First for Schools)
    Cambridge English CAE (ชื่อใหม่: C1 Advanced)
    Cambridge English CPE (ชื่อใหม่: C2 Proficiency)